‘การปลูกกล้วยไม้’ Posts

 

การปรับปรุงคุณภาพน้ำรดกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

คราวนี้หันมาพิจารณาถึงคุณภาพน้ำรดกล้วยไม้  ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มากปัญหาหนึ่งในการเลี้ยงกล้วยไม้ ขอย้ำไว้ที่นี้อีกครั้งว่า น้ำฝนถือว่าวิเศษสุด แต่ถ้าหาน้ำที่มีคุณภาพดี ๆ ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องใช้น้ำประปา ที่มาจากบ่อบาดาล น้ำบาดาลที่มีคุณภาพต่ำ เช่น ในกรุงเทพฯ นั้น พอจะมีทางปรับปรุงให้ดีขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ใช่วิธีที่ดี สำหรับการเลี้ยงกล้วยไม้เป็นธุรกิจใหญ่ ๆ ถ้าจะปลูกเลี้ยงกันเป็นอาชีพแล้ว ควรจะเลือกพื้นที่ที่น้ำมีคุณภาพดีมากกว่า การปรับปรุงน้ำบาดาลให้มีคุณภาพดีขึ้นนี้ใช้ได้กับน้ำที่มีเกลือแคลเซียมไบคาโบเนทสูงเท่านั้น คือน้ำประปาที่สูบจากบ่อบาดาลในกรุงเทพมหานครนี่เอง  โดยใช้กรดไนตริกเป็นตัวการในการปรับปรุง ว่ากันด้วยเหตุผลทางเคมี เกลือไนเตรททุกชนิดละลายน้ำได้ง่าย จึงได้ใช้กรดไนตริกเป็นตัวการ เมื่อแคลเซียมไบคาโบเนททำปฏิกิริยากับกรดไนตริกจะได้เกลือแคลเซียมไนเตรทกับกรดคาร์โบนิค ดังสมการ Ca(HCO₃) ₂+2HNO₃-→Ca (NO₃)₂+2 H₂ CO₃ น้ำที่มีเกลือแคลเซียมไบคาโบเนทเจือปนอยู่มากจะมีความเป็นด่าง มี พีเอชสูงกว่า 7 และเมื่อเติมกรดไนตริกลงไปจนได้ พีเอช 5.2 จะมีเกลือแคลเซียมไบคาโบเนทเหลืออยู่ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเดิม  ฉะนั้นในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ วิธีนี้จึงต้องเติมกรดไนตริกลงไปจนน้ำมี พีเอช 5.2 จึงจะใช้ได้ เมื่อกล่าวดังนี้หลายท่านที่ไม่ใช่นักเคมีมักจะตกใจว่า กล้วยไม้จะทนทานต่อความเป็นกรดสูงเช่นนี้ไหวหรือโปรดอ่านต่อไปก่อนแล้วจะหายสงสัย  ถ้าพิจารณาหลังจากปรับน้ำให้มี พีเอช 5.2 จะเห็นได้จากสมการเคมีข้างบนว่า ความเป็นกรดของน้ำที่ปรับปรุงแล้วนี้ ไม่ใช่กรดไนตริกแต่ความเป็นกรดเกิดจากกรดคาร์โบนิค  […]

Read More

การให้น้ำกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการที่จะช่วยให้กล้วยไม้งามหรือไม่ คน 2 คน เลี้ยงกล้วยไม้ได้งามไม่เท่ากัน บางทีอาจเนื่องมาจากเรื่องน้ำก็ได้ ทั้งนี้หมายถึง วิธีรดน้ำ ต่างกันอย่างหนึ่ง คุณภาพของน้ำ ที่ใช้ต่างกันอีกอย่างหนึ่ง การให้น้ำกล้วยไม้อาจทำได้หลายวิธีดังนี้ 1.  จุ่มน้ำ โดยตักน้ำใส่กระป๋องแล้วเอากล้วยไม้จุ่มน้ำทีละต้น ๆ หรือใช้กระป๋องที่โตกว่ากระถางกล้วยไม้เล็กน้อย  ใส่น้ำให้เกือบเต็มแล้วยกขึ้นแช่กระถางทีละต้น ๆ เช่นกัน การจุ่มน้ำนี้ มีข้อดีที่น้ำจะซึมซาบไปทั่วทุกส่วนของเครื่องปลูก เหมาะกับกล้วยไม้ที่ไม่มีรากเกะกะ เช่น หวาย คัทลียา และเครื่องปลูกแน่น เช่นกาบมะพร้าวอัด ออสมันดาอัด หรือของหนัก เช่น อิฐ กรวด ถ้าเครื่องปลูกเบาเช่นถ่าน ถ่านจะลอย  การรดน้ำวิธีนี้ยังเป็นการล้างเครื่องปลูกให้สะอาดอยู่เสมออีกด้วย สำหรับข้อเสียก็มีเช่นกัน เช่นการจุ่มน้ำบ่อย ๆ แม้จะระมัดระวังอย่างดีแล้วก็อาจเผลอให้รากอ่อนหน่ออ่อนไปกระทบกระแทกกับกระป๋องน้ำได้ และถ้ากล้วยไม้มีโรคแมลงอาศัยอยู่ น้ำในกระป๋องนั้นก็จะเป็นสื่อให้โรคแมลงระบาดได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นถ้ามีกล้วยไม้เป็นร้อยเป็นพันต้นก็คงให้น้ำแบบนี้ไม่ไหวเพราะทำได้ช้ามาก  การให้น้ำแบบนี้จึงเหมาะกับผู้มีกล้วยไม้จำนวนเล็กน้อย และปลูกเลี้ยงในที่ไม่ต้องการให้พื้นเฉอะแฉะ เช่นระเบียงบ้าน ริมหน้าต่างเป็นต้น 2.  ไขน้ำท่วม โดยทำโต๊ะปลูกกล้วยไม้ที่ขังน้ำได้  เวลาให้น้ำก็ไขน้ำให้ขังเต็มโต๊ะ ทิ้งไว้จนเห็นว่าเครื่องดูดซับน้ำเพียงพอแล้วจึงไขน้ำออก วิธีนี้ดีที่ทำได้รวดเร็วกับกล้วยไม้จำนวนมาก ๆ และกล้วยไม้ไม่บอบช้ำ […]

Read More

เรือนกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

เรือนเลี้ยงกล้วยไม้เป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ จะต้องคำนึงถึง การสร้างเรือนโรงขึ้นนั้นก็เพื่อจะช่วยปรุงแต่งสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของกล้วยไม้เป็นข้อใหญ่  นอกจากนั้นเรือนกล้วยไม้อาจช่วยป้องกัน ความเสียหายจากลมพายุ จากการรบกวนของสัตว์ และอาจรวมไปถึงขโมยด้วยในบางท้องถิ่น ในการสร้างเรือนกล้วยไม้นั้น ถ้าภัยอันเกิดจากสิ่งแวดล้อมรุนแรงมาก การสร้างก็ต้องพิถีพิถันขึ้น แต่ถ้าไม่รุนแรงก็สร้างให้ปรุงแต่งสิ่งแวดล้อมได้พอสมควร อย่างไรก็ตามเมื่อมีการก่อสร้างจะประณีตพิถีพิถันหรือไม่ก็ตาม ย่อมจะต้องมีค่าใช้จ่ายและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้างนั้นมีราคาแพง  จึงต้องคำนึงถึงการประหยัดให้มาก อย่าให้การสร้างโรงเรือนกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการเริ่มต้นปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ นอกจากเรื่องการประหยัดแล้ว การออกแบบจะต้องให้ถูกใจกล้วยไม้ อย่าได้ถือใจเราเป็นใหญ่ เพราะผู้ที่จะเข้าไปอยู่ในเรือนนั้นคือกล้วยไม้ ไม่ใช่เรา ถ้ากล้วยไม้อยู่ไม่สบาย การเจริญเติบโตการออกดอกจะไม่เป็นไปตามปรกติ และถ้าความไม่เหมาะสมมีมากกล้วยไม้ก็อาจถึงตายได้  แต่ก็อย่าลืมว่ากล้วยไม้นั้นมีมากมายหลายร้อยหลายพันชนิด  ซึ่งมีความต้องการสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง  เพราะฉะนั้นเมื่อจะเลี้ยงกล้วยไม้ชนิดใดก็จะต้องปรุงแต่งเรือน ให้เหมาะสมกับกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ มิใช่สภาพของเรือนแบบเดียวจะเลี้ยงกล้วยไม้ได้งอกงามดีเหมือนกันหมด ในการเลี้ยงกล้วยไม้นั้นถ้าหลีกเลี่ยงการสร้างเรือนโรงเสียได้ก็นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะจะช่วยให้ทุ่นค่าใช้จ่ายในการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ลงไปได้มาก การที่จะทำได้ดังนี้ก็ต่อเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ อยู่แล้ว  โดยไม่ต้องปรุงแต่งเช่นการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สกุลหวายตามบริเวณชายทะเล ที่มีลมโชยตลอดวัน การสร้างเรือนดรงก็ไม่จำเป็นเพราะลมจะช่วยระบายความร้อนออกไป หรือการปลูกกล้วยไม้สกุลแมลงปอ ในภาคกลาง การสร้างโรงเรือนก็ไม่จำเป็น และถ้าเอากล้วยไม้พวกแมลงปอนี้เข้าไปเลี้ยงในเรือนจะไม่สมบูรณ์ไม่ออกดอกเพราะร่มเกินไป การสร้างเรือนเลี้ยงกล้วยไม้ในประเทศไทยเรานั้น มีความต้องการที่จะลดความร้อนแรงของแสงแดดให้เบาบางลงเป็นข้อใหญ่ ทั้งนี้ก็เพื่อความสุขสบายของกล้วยไม้นั่นเอง ตามความเป็นจริงแล้ว แสงสว่างเป็นสิ่งที่พืชสีเขียวหรือที่มีคลอโรฟิลล์(chlorophyll) ต้องการเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัจจัยที่สำคัญในการสังเคราะห์อาหาร ถ้าขาดแสงสว่างแล้วพืชพวกนี้จะมีสีเหลืองซีดและตายไปในที่สุด แสงสว่างตามธรรมชาติที่พืชได้รับก็คือ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์หรือแสงแดดนั่นเอง  แต่แสงแดดนั้นมีความร้อนอยู่ด้วย  ความร้อนแรงของแสงแดดนี้ ถ้ามีมากเกินไป  อาจทำอันตรายให้แก่ต้นไม้ได้  การสร้างเรือนกล้วยไม้ […]

Read More

ปัจจัยที่เหมาะสมกับกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

ปัจจัยจำกัด(limiting factors) นักกล้วยไม้บางคนอาจมีปัญหาว่าเราปฏิบัติดีที่สุดแล้วทำไมกล้วยไม้จึงไม่งาม ที่ไม่งามนั้น อาจมีปัจจัยบางอย่างจำกัด หรือ “ดึง” เอาไว้ก็ได้ เพื่อไม่ให้สับสน ขอยกเรื่องสิ่งแวดล้อมมากล่าวเพียงเรื่องเดียว และเพื่อให้เข้าใจง่าย ขอสมมุติเป็นตัวเลข ถ้าปัจจัยทั้ง 5 ข้อ ดีพร้อม เหมาะสมอย่างยิ่งกับกล้วยไม้ ให้ข้อหนึ่ง มีค่าเท่ากับ 10 ก็ได้ตัวเลขดังนี้ แสงสว่าง 10 อุณหภูมิ 10 ความชื้น 10 อากาศ 10 อาหาร 10 จำนวน 10 นี้ หมายถึงเหมาะสมเต็มที่ แต่ถ้าสมมุติว่า แสงไม่เหมาะสม(มากหรือน้อยเกินไป) แสงลดค่าเหลือ 8 ต้นไม้ก็จะงามเท่ากับแสง 8 แม้ว่าปัจจัยอื่นจะได้ 10 เต็มเท่าเดิม ในที่นี้แสงเป็นปัจจัยจำกัด หรือเป็นตัวดึง ขอยกอีก 1 ตัวอย่าง สมมุติว่าใส่ปุ๋ยมากเกินไป หรือน้อยเกินไป ปัจจัยเรื่องอาหารลดลงมาเหลือ 7 แสงเหลือ 8 […]

Read More

ศัตรูกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

เรื่องของศัตรูนั้นกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกนี้ต้องมีศัตรูทั้งสิ้น ไม่มีชีวิตใดที่ปราศจากศัตรูสิ้นเชิง สำหรับกล้วยไม้นั้นมีศัตรูมากมาย สำหรับศัตรูที่ทำอันตรายต่อกล้วยไม้นั้น  หากเรียงตามลำดับการทำลายที่รุนแรง พอจะเรียบจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ 1.  โรค ซึ่งอาจเกิดเพราะสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทำให้เกิดโรค ซึ่งได้แก่ รา แบคทีเรีย ไวรัส และไส้เดือนฝอย  นอกจากนี้อาจขึ้นได้โดยไม่มีเชื้อ คือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เช่น โรคขาดธาตุอาหาร โรคเกิดจากความเป็นพิษของเครื่องปลูก พิษของปุ๋ย ของยาที่ใช้กับกล้วยไม้ หรือจากดินฟ้าอากาศวิปริต ปรวนแปร ร้อนจัด หนาวจัด แฉะเกินไป แห้งเกินไป สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้กล้วยไม้มีอาการผิดปรกติได้ทั้งสิ้น 2.  แมลง มีแมลงหลายชนิดที่เป็นศัตรูของกล้วยไม้ แมลง นี้เป็นสัตว์ที่เมื่อเป็นตัวแก่ (เต็มวัย) ต้องมี 6 ขา จึงจะเรียกว่าแมลงหากมีขา มากหรือน้อยกว่านี้ ไม่เรียกว แต่ถ้าเป็นตัวอ่อนไม่นับ เช่น ผีเสื้อเป็นแมลง มี 6 ขา หรือแมลงวัน มี 6 ขา แต่หนอนแมลงวันไม่มีขาเลย ฉะนั้นเมื่อนับขาต้องนับเมื่อเต็มวัยแล้วเท่านั้น […]

Read More

ปัจจัยช่วยให้กล้วยไม้งาม:อาหาร

Read full article  | No Comments

อาหารในที่นี้หมายถึง ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อต้นไม้ที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีวิตและสร้างความเจริญเติบโต สร้างดอก ผล ฯลฯ ธาตุที่นับว่าเป็นอาหารของต้นไม้เท่าที่ทราบแล้ว มีอยู่ 16 ธาตุ  โดยแบ่งออกตามปริมาณที่ต้นไม้ต้องการมากน้อยออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ธาตุที่ต้องการในปริมาณมากที่สุด มี 3 ธาตุ ได้แก่คาร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) และอ็อกซิเจน (O) ส่วนต่าง ๆ ของพืช ประกอบด้วยธาตุทั้ง 3 มากกว่า 80 เปอร์เซนต์ แต่ก็เป็นธาตุที่พืชหาได้ง่าย คือได้จากไอน้ำและน้ำ (H₂O) และจากคาร์บอนไดอ็อกไซด์ (CO₂) ซึ่งเป็นส่วนผสมของอากาศอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตราบใดที่ยังมีน้ำมีอากาศ พืชย่อมมีโอกาสได้รับธาตุทั้ง 3 นี้อย่างเหลือเฟือ จึงไม่ต้องคำนึงถึงการขาดแคลน ธาตุทั้ง 3 ดังกล่าวมานี้ พืชนำไปสังเคราะห์ให้เป็นสารประกอบต่าง ๆ ในต้นพืช เช่น แป้งและน้ำตาล ดังได้กล่าวมาแล้วในเรื่องของแสงสว่าง […]

Read More

ปัจจัยช่วยให้กล้วยไม้งาม:อากาศ

Read full article  | No Comments

ในบรรยากาศซึ่งมีกาซหลายอย่างผสมกันอยู่  กาซบางชนิดมีอยู่ในปริมาณมาก  บางชนิดมีปริมาณน้อย และส่วนผสมนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น หรือในที่เดียวกันก็ยังแตกต่างกันไป ในแต่ละวัน ในแต่ละฤดู ส่วนผสมโดยเฉลี่ยของกาซต่าง ๆ ในชั้นของบรรยากาศที่อยู่ใกล้ ๆ ผิวโลกจะประกอบด้วย ไนโตรเจน                      78.03% อ็อกซิเจน                       20.99% อาร์กอน                           0.94% คาร์บอนไดอ็อกไซด์       0.03% รวม                                99.99% ส่วนที่เหลืออีก 0.01% เป็นกาซอื่น ๆ อีกหลายชนิด รวมทั้งกาซที่เป็นพิษต่าง ๆ เช่น คาร์บอนดมน็อกไซด์ ซัลเฟอร์ไดอ็อกไซด์ และกาซเอทีลีน เป็นต้น จากส่วนผสมของกาซต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งมีไนโตรเจนในปริมาณมากกว่ากาซอื่น ๆ ทั้งหมดรวมกัน และไนโตรเจนก็เป็นสิ่งที่ต้นไม้ต้องการมาก ถึงกระนั้นกล้วยไม้ก็ไม่สามารถจะนำไนโตรเจนในอากาศไปใช้ประโยชน์ได้ กล้วยไม้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ ไนโตรเจนอยู่ในรูปของสารประกอบเท่านั้น  ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะกาซที่เกี่ยวข้องกับกล้วยไม้โดยตรงเท่านั้น ก. อ็อกซิเจน-Oxygen-O2 กล้วยไม้จะคายอ็อกซิเจนออกมาเป็น ของเสีย ในกระบวนการแสงสังเคราะห์ ขอเปลี่ยนคำว่าของเสีย เป็นผลพลอยได้จะเหมาะกว่า เพราะยังนำมาใช้ประโยชน์ได้อยู่ คือ […]

Read More

ปัจจัยช่วยให้กล้วยไม้งาม:ความชื้น

Read full article  | No Comments

ความชื้น-humidity ความชื้นหรือน้ำที่กล้วยไม้นำไปใช้ประโยชน์ได้นั้น มีอยู่ 2 สถานะ คือ ในสถานะของเหลว คือน้ำธรรมดากับในรูปของไอน้ำ คือ ความชื้นในอากาศ กล้วยไม้ พวกรากอากาศ เช่น แวนดา ช้าง รากมีความสามารถพิเศษในการดูดซับความชื้นในอากาศไปใช้ได้ ด้วยเหตุนี้ กล้วยไม้ที่เกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ในป่าในฤดูที่หมดฝนจึงพอหาน้ำใช้ได้จากความชื้นในอากาศนี่เอง  แม้อากาศโดยทั่วๆ ไปจะแห้ง แต่ต้นไม้ในป่าก็คายไอน้ำออกมาอยู่เสมอ กล้วยไม้เหล่านี้จึงพอหาน้ำประทังชีวิตอยู่ได้ เมื่อกล่าวถึงความชื้นในอากาศ  ต้องขอขยายความอีกเล็กน้อย ความชื้นในอากาศเขาวัดเป็นเปอร์เซนต์  ซึ่งมีส่วนสัมพันธ์กับอุณหภูมิของอากาศนั้นด้วย  เรียกความชื้นนี้ว่า “ความชื้นสัมพัทธ์” (relative humidity) ถ้าอากาศมีความชื้นอยู่มากจนอิ่มตัว ถือว่ามีความชื้นสัมพัทธ์ 100% อากาศเช่นนี้จะรับความชื้นเพิ่มเติมเข้าไปอีกไม่ได้  เพราะรับไว้จนอิ่มตัวแล้ว วันที่มีอากาศร้อน และมีความชื้นสัมพัทธ์สูง เราจะสังเกตจากตัวเราเองได้ว่า เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะ เหงื่อออกแล้วแห้งช้า กล้วยไม้พวกที่มีรากอากาศทั่วๆ ไป  ต้องการอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์อยู่ในช่วงระหว่าง 50-85% และที่กล่าวว่า ความชื้นสัมพัทธ์ เป็นความชื้นที่สัมพันธ์กับอุณหภูมินั้น หมายความดังตัวอย่างต่อไปนี้ สมมุติว่าในอากาศมีความชื้นที่สัมพันธ์กับอุณหภูมินั้น หมายความดังตัวอย่างต่อไปนี้ สมมุติว่าในอากาศมีความชื้นอิ่มตัว คือมีความชื้นสัมพัทธ์ 100% ถ้าอุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น (ปริมาณความชื้นคงที่) […]

Read More

ปัจจัยช่วยให้กล้วยไม้งาม:อุณหภูมิ

Read full article  | No Comments

อุณหภูมิเป็นปัจจัยที่ควบคุมอัตราความเร็ว-ช้า ของกระบวนการต่าง ๆ ในต้นไม้  กระบวนการที่สำคัญ ๆ ที่อุณหภูมิมีส่วนในการเร่งหรือถ่วง ให้เร็ว-ช้า มีดังนี้ ก.  กระบวนการแสงสังเคราะห์ ข.  กระบสนการหายใจ ค.  กระบวนการเคลื่อนย้ายสารต่าง ๆ ง.  กระบวนการออกดอก แสงสังเคราะห์  ถือเป็นกระบวนการที่จำเป็นต่อชีวิตของกล้วยไม้ เราอาจแบ่งกล้วยไม้ตามระดับอุณหภูมิที่กล้วยไม้ต้องการได้เป็น 3 พวก คือ พวกต้องการอากาศเย็น อากาศอบอุ่น และพวกต้องการอากาศร้อน และที่ว่าอุณหภูมิเข้ามาเกี่ยวข้องก็เช่น แวนดา เป็นพวกต้องการอากาศร้อน ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 50°ฟ. กระบวนการแสงสังเคราะห์จะหยุด และถ้าอุณหภูมิสูงขึ้น ๆ กระบสนการนี้ก็จะทำได้ดีขึ้น ๆ ไปจนถึงอุณหภูมิ 90°ฟ. จะสังเคราะห์ได้ดีที่สุด  หากสูงกว่านั้นก็จะลด ๆ จนถึง 120° ฟ. แสงสังเคราะห์จะหยุด เพราะร้อนจัดเกินไป (ดังแผนภูมิในรูปที่ 6) รูปที่ 6 แผนภูมิแสดงอัตราแสงสังเคราะห์ของพืชในท้องถิ่นต่าง ๆ ในอุณหภูมิที่ต่างกัน การหายใจ  […]

Read More

การใช้แสงเทียมกับกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

แสงเทียม(artificial light) หมายถึงแสงอื่น ๆ นอกจากแสงแดด แสงเทียมที่นำมาใช้กับต้นไม้ คือแสงไฟฟ้า จริงอยู่ในประเทศไทยมีแสงแดดอย่างเหลือเฟือ แต่นักกล้วยไม้บางคนก็ขาดแคลนแสงแดดสำหรับกล้วยไม้ของตน เช่น มีที่คับแคบ หรือมีอาคาร มีต้นไม้ใหญ่บดบังแสงแดดสำหรับกล้วยไม้ของตน เช่น มีที่คับแคบ หรือมีอาคาร มีต้นไม้ใหญ่บดบังแสงแดดที่จะส่องเข้าเรือนกล้วยไม้ หากเป็นดังนี้ และเจ้าตัวอยากเลี้ยงกล้วยไม้ก็อาจใช้แสงเทียมให้กล้วยไม้แทนแสงแดดได้  แต่ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่าลืมรวมเป็นค่าใช้จ่ายเอาไว้ด้วย หลอดไฟฟ้าที่ให้แสงแก่ต้นไม้ได้เหมาะสมที่สุดคือ หลอด โกร-ลักซ์ ชนิดมีช่วงคลื่นแสงกว้าง  ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า ไวด์สเปคตรัม โกรลักซ์ (Wide-spectrum Grow-Lux) รูปร่างเหมือนหลอดนีออนธรรมดา แต่ให้แสงมีม่วงแดง ถ้าหาหลอดดังกล่าวไม่ได้อาจใช้หลอดฟลูเรสเซน ชนิดเดย์ไลย์ (day light) (หลอดนีออนที่ใช้ตามบ้าน) หรือ คูลไวท์ (cool white) (หลอดนีออนที่มีสีน้ำเงินน้อยกว่า) ก็พอใช้ได้  แต่ถ้าจะให้ดีต้องใส่หลอดไฟฟ้าธรรมดา (หลอดชนิดแก้วใส) เสริมให้ด้วย กล้วยไม้จึงจะได้คลื่นแสงที่เหมาะโดยครบถ้วน การติดไฟนีออนแบบใดก็ตาม ควรติดให้ห่างต้นไม้ ระหว่าง 6-18 นิ้วฟุต และควรมีที่ครอบหลอดสะท้อนแสงด้วย ความเข้มของแสงที่กล้วยไม้ได้รับจะมากน้อยขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างหลอดไฟกับต้นไม้นั้น […]

Read More