Author Archives: “

วิธีปลูกกล้วยไม้เล็ก

Read full article  | No Comments

กล้วยไม้ที่เพิ่งเอาออกจากขวดนั้นควรปลูกในกระถางหมู่ ถ้ากล้วยไม้มีขนาดแตกต่างกันและมากพอจะปลูกได้หลาย ๆ กระถางควรแยกต้นใหญ่ต้นเล็กอย่าปลูกปะปนกันจะทำให้ต้นเล็ก ๆ ถูกเบียดบังแสงเติบโตช้าและขาดความสวยงาม กระถางหมู่ (community pot หรือ com. pot) นิยมใช้กระถางทรงเตี้ยใส่ถ่านก้อนขนาดประมาณ 2 ซม.ลงไป โดยพยายามเลือกก้อนโตรองก้น ก้อนที่ย่อมๆ ไว้บน ใส่ถ่านให้สูงขึ้นมาถึงขอบล่างกระถาง แล้วเอาออสมันดาโรยทับหน้าพอให้เห็นถ่านรำไร รดน้ำให้โชก นำมาใช้ปลูกกล้วยไม้ได้ การที่ไม่ใส่เครื่องปลูกให้สูงกว่านี้ ก็เพื่อให้ขอบกระถางเป็นที่พิงของต้นกล้วยไม้กันล้ม และยังเป็นขอบกั้นกันลมโกรกโคนต้นอีกด้วย วิธีปลูก หยิบกล้วยไม้วางลงบนเครื่องปลูกให้ห่างกันประมาณครึ่งถึง 1 ชม. โดยพยายามบังคับให้ยอดตั้งตรงไม่ว่าต้นและรากจะคคงออย่างไรก็ตาม การหยิบกล้วยไม้ ให้จับที่ใบ อย่าจับต้น เพราะ 2 ส่วนนี้ ถ้าบอบช้ำ ให้ใบช้ำกล้วยไม้จะทรุดโทรมน้อยกว่าให้ต้นช้ำ เมื่อปลูกเต็มกระถางจะมีกล้วยไม้ประมาณ 25-40 ต้น ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของกระถาง เสร็จแล้วใช้ปากคีบจับแต่งกล้วยไม้บางต้นที่ยังเอียงอยู่ ให้ยอดตั้งตรงให้หมด สำหรับลูกกล้วยไม้ต้นเล็ก ๆ เวลาปลูกใช้มือหยิบได้ไม่ถนัค ให้ใช้ปากคีบจับแทน การปลูกกล้วยไม้ลงกระถางหมู่นี้ฝึกให้เด็ก ๆ ปลูกได้เป็นดี เพราะนิ้วมือเล็ก ๆ หยิบต้นกล้วยไม้ลงวางปลูกนั้น ไม่เกะกะไม่เหมือนนิ้วมือโต […]

Read More

การเอาลูกกล้วยไม้ออกจากขวด

Read full article  | No Comments

ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับกล้วยไม้ คงประหลาดใจอยู่บ้างว่า ทำไมการเพาะเมล็ดกล้วยไม้จึงต้องเพาะในขวด จะใช้วิธีเดียวกับการเพาะเมล็ดพืชทั่ว ๆ ไปไม่ได้หรือ คือหว่านเมล็ดลงไปบนอะไรก็่ได้สักอย่างหนึ่งที่มีความชื้นพอเหมาะ เมล็ดก็ควรจะงอกได้ เรื่องนี้มีความจริงอยู่ว่า เมล็ดกล้ยไม้นั้นมีลักษณะบางอย่างแตกต่างไปจากเมล็ดพืชอื่น และแตกต่างในทางไม่ดีเสียด้วย คือ ช่วยตัวเองให้งอกให้เติบโตไม่ได้ ต้องอาศัยสิ่งอื่เข้ามาช่วย ส่วนเมล็ดพืชอื่น ๆ นั้นในระยะเริ่มงอกไม่ต้องพึ่งใคร ขอให้มีความชื้นพอเหมาะ มีอากาศหายใจ ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป ก็งอกได้แล้ว ดูที่เมล็ดถั่วเขียวที่มาเพาะเป็นถั่วงอกย่อมเห็นได้ชัดส่วนเมล็ดกล้วยไม้นั้น จะอาศัยปัจจัยในการงอกเท่าที่ถั่วเขียวต้องการนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะเมล็ดกล้วยไม้ไม่ได้สะสมอาหารเอาไว้ เลี้ยงต้นอ่อน พอเริ่มงอกก็ต้องหาอาหารจากภายนอกมากินมาใช้เลยทีเดียว ถ้าบริเวณที่งอก มีเพียงความชื้นพอเหมาะอุณหภูมิพอเหมาะ และมีอากาศหายใจแต่ขาดอาหารแล้ว พอเริ่มงอกก็ตายไปไม่มีโอกาสได้เติบโตขึ้นมาผจญโลกกับเขา ที่เมล็ดกล้วยไม้เป็นดังนี้ ไม่น่าจะถือเป็นความผิดปรกติของธรรมชาติ เพราะการที่ไม่ต้องสะสมอาหารไว้ในเมล็ดนี้เอง ช่วยให้ขนาดของเมล็ดเล็กลงจนเป็นผงละเอียด สามารถปลิวตามลมไปได้ไกล ๆ และเมื่อไปติดกับคบไม้เปลือกไม้ โอกาสที่จะหลุดร่วงไปย่อมมีน้อย โดยใช้ความมีขนาดเล็กให้เป็นประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ย่อมมีส่วนช่วยให้กล้วยไม้กระจายพันธุ์ออก ไปได้ไกล ๆ อาหาร ที่กล้วยไม้จะหาได้ในระยะเริ่มงอกนั้น ได้มีผู้ศึกษาจนรู้แจ้งแล้วว่าได้มาจากเชื้อราตามธรรมชาติพวกหนึ่ง ฉะนั้นถ้ากล้วยไม้จะงอกได้ ก็ต้องอาศัยความบังเอิญ ปลิวไปตกในที่มีอาหารนั้น ฉะนั้นเมล็ดกล้วยไม้ในฝักหนึ่ง ๆ ซึ่งมีเป็นหมื่น เป็นแสนเมล็ดนั้น ถ้างอกได้สัก 5 ต้น […]

Read More

ภาชนะและเครื่องปลูกกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

ภาชนะ การปลูกกล้วยไม้ในภาชนะ ถ้าเป็นกล้วยไม้ที่มีระบบรากเป็นกล้วยไม้ดินและกึ่งดิน นิยมปลูกในกระถางดินเผาเช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้ทั่ว ๆ ไป กระถางนี้ จะเจาะรูระบายน้ำเฉพาะที่ก้นกระถางเท่านั้น ส่วนกล้วยไม้ที่มีรากอากาศและกึ่งอากาศ นิยมใช้กระถางดินเผาที่เจาะรูด้านข้างให้โปร่ง หรือใช้กระเช้าที่ทำด้วยไม้สัก (ทำด้วยไม้อื่นไม่ดีผุเร็ว พอกล้วยไม้เริ่มงามกระเช้าก็ผุเสียแล้ว) ขนาดของภาชนะต้องให้เหมาะกับขนาดของกล้วยไม้ ถ้าปลูกกล้วยไม้ต้นเล็กในภาชนะที่ใหญ่เกินไป กล้วยไม้จะไม่งอกงามเท่าที่ควรหรืออาจจะแฉะเน่าตายได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกรากกึ่งอากาศ เช่น หวาย คัทลียา จะเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้การใช้ภาชนะขนาดเล็ก มีส่วนช่วยให้กล้วยไม้ออกดอกเมื่ออายุน้อยกว่าใช้ภาชนะขนาดใหญ่ เครื่องปลูก การกล่าวถึงเรื่องเครื่องปลูกในที่นี้ จะขอจำกัดวงเฉพาะเครื่อง ปลูกกล้วยไม้ ประเภทที่ตามธรรมชาติเกาะอยู่ตามต้นไม้ มีระบบรากเป็นรากอากาศ เช่น ช้าง เข็ม แวนดา และ รากกึ่งอากาศ เช่น หวาย คัทลียา ส่วนกล้วยไม้ที่ขึ้นกับดิน เช่น รองเท้านารีนั้นจะยังไม่ขอกล่าวถึง กล้วยไม้รากอากาศ และรากกึ่งอากาศนั้น เมื่อเกาะอยู่ตามต้นไม้ไม่ได้หยั่งรากลงไปดูดกินน้ำเลี้ยงภายในต้นไม้ที่เกาะอยู่ เพียงแค่ใช้รากทั้งหมดหรือบางส่วนเกาะยึดต้นไม้เอาไว้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ถือว่ากล้วยไม้เหล่านี้เป็นกาฝาก หรือพาราไซด์ (parasite) แต่ถือว่าเป็น อิปิไฟท์ (epiphyte) เครื่องปลูกที่ใช้กับกล้วยไม้พวกนี้ ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้ […]

Read More

การขยายพันธุ์กล้วยไม้ประเภทแวนดา

Read full article  | No Comments

1. การตัดยอด ถ้าเป็นพวกปล้องถี่ เช่น แวนดาใบแบน พวกปล้องถี่ เช่น แวนคาใบแบน แอสโคเซ็นดา เอื้องกุหลาบ ยอดที่ตัดมาต้องมีรากติดอยู่อย่างน้อย 1 ราก ถ้าเป็นพวกข้อห่าง เช่น แมลง ปอ อะแรนดา รีแนนเธอรา ควรให้มีรากติดมาอย่างน้อย 2 ราก และส่วนตอ ที่เหลืออยู่ต้องมีใบติดอยู่บ้าง ถ้าไม่มีใบตออาจตายได้ โดยปรกติ เมื่อตัดยอดไปปลูกแล้ว ตอจะแตกยอดใหม่จากตาข้างที่ยังไม่เกิดช่อดอก ตาข้างตาใดออกดอกไปแล้วก็เป็นอันหมด ข้อนั้นจะไม่แตกยอดใหม่อีก ฉะนั้นกล้วยไม้ที่ออกดอกดก ดอกออกทุกข้อ จึงมีปัญหาเรื่องที่จะได้หน่อใหม่จากตอ กล้วยไม้ข้อห่างนั้น ถ้าตอเหลือยาวเมื่อตอเกิดยอดใหม่อาจตัด ยอดไปปลูกได้อีก หลายครั้งจนตอสั้นมากจึงปล่อยให้ยอดใหม่ยาว แทนยอดเดิมต่อไป นี่พูดถึงว่าจะตัดแยกขยายพันธุ์เป็นการใหญ่ ยังไม่พูดถึงว่าจะดูดอกกัน การตัดทุกครั้งอย่าลืมทาปูน หรือถ้าจะให้โก้หน่อยยาทาแผลกล้วยไม้พอจะหาซื้อได้ตามท้องตลาด 2. การตัดแยกแขนง กล้วยไม้ประเภทแวนดา อาจแตกหน่อที่โคนต้น หรือแตกแขนงที่กลางต้นได้ ยิ่งถ้าตัดยอดเดิมออกด้วยแล้วจะช่วยกระตุ้นให้แตกหน่อ แตกแขนงเร็วขึ้น หน่อและแขนงเหล่านี้เมื่อมีใบ 2-3 คู่ และมีรากก็ตัดให้ชิดต้นแม่ แยกออกไปปลูกได้ รูปตอที่ตัดยอดไปแล้ว […]

Read More

การตัดแยกขยายพันธุ์กล้วยไม้

Read full article  | No Comments

สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย นอกจากจะมีการกินอาหาร เจริญเติบโตและมีกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่แล้ว ยังจะต้องมีการสืบพันธุ์ต่อไป อันนับได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าชีวิตใดขาดการสืบพันธุ์ชีวิตนั้นจะดำรงอยู่ได้เพียงชั่วอายุขัยเท่านั้น แล้วจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงการขยายพันธุ์กล้วยไม้ ก็ควรจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราศึกษาเรื่องนี้เพียงเพื่อส่งเสริมการขยายพันธุ์ของกล้วยไม้ให้รวดเร็วขึ้นกว่าปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้น มิใช่ในฐานะผู้วิเศษชุบชีวิตให้เกิดได้ รูปการขยายพันธุ์กล้วยไม้ประเภทแตกกอ ผู้เริ่มเล่นกล้วยไม้อาจขยายพันธุ์กล้วยไม้ของตนเองได้หลายวิธีคือ 1. การตัดแยกลำหลัง กล้วยไม้ประเภทแตกกอนี้ปลูกเลี้ยงไว้นาน ๆ จะมีกอใหญ่ขึ้น คือ มีลำลูกกล้วยมากขึ้น ถ้าไม่มีการคัดแยกแล้ว ส่วนมากมักจะทรุดโทรม และออกดอกน้อยกว่าที่ควร การตัดแยกลำหลังนี้ นอกจากจะเป็นการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้กล้วยไม้เป็นสาวเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวยขึ้น เติบโตเร็วขึ้นและขยันออกดอกยิ่งขึ้นอีกด้วย กล้วยไม้ที่จะตัดแยกลำหลังนั้นควรมีอย่างน้อย 4 ลำ วิธีตัดใช้มีดหรือกรรไกรตัดกิ่งไม้ชนิดใบบาง สอดเข้าไประหว่างลำลูกกล้วย แล้วตัดต้น ( ไรโซม ) ให้ขาด เอาใบมีดทาปูน (ปูนกันกับหมาก ) สอดเข้าไปทาแผลให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ ต่อมาลำหลังที่ถูกตัดขาด จะแตกหน่อเป็นลำใหม่ขึ้นมา เมื่อลำใหม่นี้เริ่มมีรากโผล่ออกมายาวไม่เกินครึ่งเซ็นติเมตรก็ยกออกมาปลูกได้ การยกออกปลูกให้ยกลำหลังที่แตกหน่อนั้นติดออกมาด้วย รากของลำใหม่ต้องทนุถนอมอย่าให้ บอบช้ำ ส่วนรากของลำเก่าตัดออกให้เหลือเพียงส่วนน้อย และเหลือไว้ยาวเพียง 1-2 เซ็นติเมตรก็พอ รากลำหลังนี้เราไม่หวังประโยชน์ […]

Read More

การใช้ยากำจัดศัตรูกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้มีข้อแตกต่างกับการปลูกพืชที่ใช้เป็นอาหาร ในเรื่องการปราบศัตรูอยู่บ้าง  เพราะพืชอาหารนั้นใบแหว่งไปนิด กิ่งหักไปหน่อย ดอกร่วงไปบ้างก็ไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก  ส่วนกล้วยไม้นั้นเจ้าของต้องการความงามอยู่พร้อมสรรพทั้ง ราก ต้น ใบ และดอก ถ้าเกิดไฝฝ้าราคีกับส่วนหนึ่งส่วนใด แม้ว่าจะเพียงนิดหน่อย เจ้าของมักจะเดือดร้อนไม่สบายใจ ด้วยเหตุนี้การปราบศัตรูต่าง ๆ จึงเข้มงวดกันมากเป็นพิเศษ คือ ขึ้นไปถึงระดับริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม กันทีเดียว ด้วยเหตุดังกล่าว การกำจัดศัตรูจึงทำกันกว้างขวางมากในวงการกล้วยไม้ จนกระทั่งบางครั้งบางคนฝังใจ ไม่ว่ากล้วยไม้จะมีอาการผิดปรกติด้วยเหตุใด จะนึกถึงยาไว้ก่อนเสมอ รากหด หน่อใหม่เล็กกว่าที่ควร ดอกไม่สดใส ฯลฯ ต้องวิ่งสอบถามกันแล้วว่าจะใช้ยาอะไรดี ความจริงอาการเหล่านี้อาจไม่มีศัตรูใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเลยก็ได้ เพราะถ้าเครื่องปลูกผุ น้ำคุณภาพไม่ดี แห้งเกินไป แฉะเกินไป ใช้ปุ๋ยหรือยาแรงเกินไป ย่อมทำให้เกิดอาการผิดปรกติไปได้ต่าง ๆ นานาเช่นกัน สำหรับผู้ที่ฝังใจกับการใช้ยาน้อยลงมาหน่อยก็มี เช่น เห็นหนอน 2-3 ตัวกำลังเดินกัดกินใบหรือดอกกล้วยไม้อยู่เท่านั้น รีบวิ่งหายามาฉีดห่าหนอนทันที ซึ่งความจริงหนอนเพียงไม่กี่ตัวนั้น บี้ให้ตายเสียก็สิ้นเรื่อง ไม่ต้องใช้ยาให้เปลืองเงินเปลืองเวลาไปเปล่า ๆ ฉะนั้นการใช้ยากำจัดศัตรูกล้วยไม้ แม้ว่าจะเป็นสิ่งจำเป็นก็ตาม แต่ขอให้เป็นวิธีสุดท้าย เมื่อพิจารณาโดยท่องแท้แล้วว่าไม่มีทางอื่นให้เลือกอีก แต่เมื่อจะใช้ยาก็ควรจะศึกษาหาความรู้ในเรื่องนี้เอาไว้บ้างตามสมควร […]

Read More

โรคกล้วยไม้ที่สำคัญ

Read full article  | No Comments

ศัตรูกล้วยไม้ ศัตรูที่ทำอันตรายกล้วยไม้ มีความรุนแรงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ 1.  โรค  ซึ่งอาจเป็นโรคที่ไม่มีเชื้อ เช่นโรคขาดอาหาร โรคปุ๋ย อาเป็นพิษ แดดเผาไหม้เป็นต้น หรืออาจมีเชื้อ ซึ่งได้แก่ รา แบคทีเรียและไวรัส 2.  แมลง  ได้แก่สัตว์ที่เมื่อเป็นตัวเต็มวัย (adult) จะมีขา 6 ขา เช่น ตั๊กแตน หนอน (ตัวอ่อนของผีเสื้อ ด้วง) เพลี้ยต่าง ๆ เป็นต้น 3.  แมง  ได้แก่ สัตว์ที่เมื่อเป็นตัวเต็มวัย มีขามากกว่า 6 ขา เช่น แมงมุมและที่เป็นศัตรูร้ายแรงคือ แมงมุมแดง (ไรแดงก็เรียก) 4.  สัตว์อื่น ๆ เช่น นก หนู สุนัข แมว 5.  วัชชพืช เช่น ตะไคร่น้ำ มอส เห็ด และต้นไม้อื่น […]

Read More

หลักพิจารณาในการใช้ปุ๋ยกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

1.  สูตร ควรใช้ปุ๋ยสูตรสูง  เพื่อป้องกันปริมาณเกลือแร่ที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งในปุ๋ยมีปริมาณมากเกินไป  อันอาจทำให้เกิดอันตรายต่อกล้วยไม้ได้ เช่น ถ้าใช้ปุ๋ย 20-20-20 หนึ่งกิโลกรัม ละลายน้ำ 1 ถังกับใช้ปุ๋ย 10-10-10 สองกิโลกรัมละลายในน้ำเท่ากัน  เราจะได้เนื้อปุ๋ยแท้ ๆ จำนวนเท่ากัน  แต่สูตรหลังจะมีเกลือแร่อื่น ๆ ละลายอยู่ในน้ำมากกว่าเกือบ 3 เท่าตัว อาจทำให้เกลือแร่ในน้ำปุ๋ยนั้นเข้มข้นเกินไปจนเป็นอันตรายต่อกล้วยไม้ได้ 2.  ราคา ไม่ควรพิจารณาความถูกแพงจากราคาต่อปุ๋ยน้ำหนักเท่ากัน ตัวอย่างเช่น ปุ๋ยสูตร 10-10-10 กิโลกรัมละ 10 บาท ส่วนปุ๋ยสูตร 20-20-20 กิโลกรัมละ 15 บาท สูตรหลังนี้ถูกกว่า เพราะสูตรแรกเนื้อปุ๋ย 300 กรัม ราคา 10 บาท (กรัมละ 3.2 สตางค์) สูตรหลังนี้เนื้อปุ๋ย 600 กรัม ราคา 15 บาท (กรัมละ […]

Read More

ปุ๋ยและการให้ปุ๋ยกล้วยไม้

Read full article  | No Comments

ปุ๋ยเป็นอาหารส่วนหนึ่งของกล้วยไม้ดังที่กล่าวมาแล้ว ถ้าพิจารณากล้วยไม้ประเภทที่เกาะอาศัยอยู่บนต้นไม้ตามธรรมชาติ ปุ๋ยของกล้วยไม้เหล่านี้ก็คงจะได้แก่ เปลือกไม้ ใบไม้ ที่เน่าเปื่อยผุพังสลายตัวลงเป็นสารประกอบง่าย ๆ เมื่อฝนตกชะล้างจากต้นลงมา พอผ่านต้นกล้วยไม้รากกล้วยไม้ที่เกาะยึดต้นไม้อยู่จะดูดซับเอาไปใช้ต่อไป  แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อยก็เป็นการเพียงพอแก่การดำรงชีวิตแล้ว  เพราะอาหารส่วนใหญ่ของกล้วยไม้ คือ น้ำกับอากาศ เมื่อหันกลับมาพิจารณากล้วยไม้ที่นำมาปลูกเลี้ยงกัน ความพอใจของเจ้าของไม่ได้หยุดอยู่ที่กล้วยไม้ดำรงชีวิตอยู่ได้เท่านั้น  แต่มีความต้องการให้กล้วยไม้เจริญงอกงามสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  การให้ปุ๋ยกล้วยไม้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณากันให้ถี่ถ้วน  อย่างไรก็ตามปุ๋ยก็คืออาหารของต้นไม้ธรรมดา ๆ นี่เอง มิใช่ของวิเศษที่จะบันดาลให้กล้วยไม้เป็นไปในทางวิจิตรพิสดารอะไรมากมายนัก แม้จะรู้ ๆ กันอยู่ก็ตามที แต่เจ้าของรังกล้วยไม้ก็มักจะได้รับคำถามอยู่เสมอว่า ใช้ปุ๋ยอะไรกล้วยไม้จึงงามนัก ถ้าคำถามนี้ถูกต้อง ต่อไปถ้าพบคนสวยก็ต้องถามว่ากินข้าวกับอะไรจึงสวยนัก และถ้าจะให้ถูกกับสมัยนิยมขึ้นไปอีกก็ต้องถามว่า ผูกปิ่นโตร้านไหน คราวนี้หันมาทำความเข้าใจกับปุ๋ยกันต่อไป ถ้าจำแนกปุ๋ยทางเคมีก็จำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ 1.  ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยที่ได้จากซากของสิ่งมีชีวิต เช่น ปุ๋ยคอก คือ มูลสัตว์ต่าง ๆ อาจมีอย่างอื่นเจือปนอยู่บ้าง เช่น อาหารสัตว์ หญ้าฟางที่ตกหล่นอยู่เป็นต้น ปุ๋ยหมัก คือ เศษไม้ใบหญ้า ที่หมักเอาไว้จนเน่าเปื่อยผุพัง รวมไปถึงการเอาซากสัตว์มาหมักก็เป็นปุ๋ยด้วย เช่น […]

Read More

การปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยเรซิน

Read full article  | No Comments

การเติมกรดไนตริก เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลนั้น เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงเกลือแร่ที่เป็นพิษกับกล้วยไม้บางชนิดให้หมดพิษ หมดภัย ซึ่งถือว่าเป็นการ แก้ขัด มากกว่าจะเป็นการปรับปรุงน้ำที่ดี  ทั้งนี้เพราะการเติมกรดไนตริกลงไปไม่มีส่วนช่วยลดปริมาณเกลือแก่ในน้ำมัน แต่ก็ยังดีกว่าการใช้น้ำบาดาลที่ไขจากก็อกออกมารดกล้วยไม้โดยตรง การปรับปรุงคุณภาพน้ำนั้น ทำได้หลายวิธี ซึ่งนักเคมีทราบกันดีอยู่ ข้อที่จะต้องนำมาพิจารณาก็คือ วิธีใดดีที่สุด ง่ายที่สุด และเสียเงินน้อยที่สุด เมื่อตั้งเป้าหมายดังนี้ ก็หาวิธีนั้นไม่ได้เหมือนกับหาของดี ราคาถูกนั้นแหละ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นต้นตำรับการปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลในกรุงเทพฯ ให้ช่วยรดกล้วยไม้ได้ คือ ดร.ยงยุทธ  เจียมไชยศรี ได้ตัดสินใจเผยแพร่วิธีปรับปรุง โดยผ่านเรซินซึ่งดีกว่าวิธีเติมกรดไนตริก เพราะวิธีนี้ใช้กรดเกลือซึ่งถูกกว่ากรดไนตริกหลายเท่า และเป็นวิธีจับ เกลือแร่ออกจากน้ำ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเกลือแร่แบบวิธีเติมกรดไนตริก อย่างไรก็ตาม  ถ้าตัดสินใจจะใช้วิธีนี้ก็จะต้องลงทุนระยะแรกเป็นค่าอุปกรณ์หลายพันบาท เรซิน คืออะไร? เรซิน (resin) เป็นสารอินทรีย์ที่ประกอบด้วย ไฮโดรคาร์บอนต่อกันเป็นลูกโซ่ยาว ๆ เป็นส่วนใหญ่ ลักษณะของเรซินที่ผลิตจำหน่าย มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายไข่ปลา เมื่อแห้งจะร่วนคล้ายทราย แต่เบากว่าทราย เรซิน แยกได้เป็น เรซินกรด กับ เรซินด่าง เรซินกรดจะ จับ ไอออนประจุบวก (cation) […]

Read More