โครงสร้างและฐานรากของสวน

FOUNDATION

การสร้างสวนก็เหมือนกับการสร้างบ้านจึงต้องมีฐานรากเหมือนกัน เพื่อที่จะให้สวนมั่นคงแข็งแรงและมีอายุยืนนานโดยไม่เกิดปัญหาภายหลัง สิ่งแรกที่ควรคิดถึงคือเรื่องของดิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สวนสวยงามหรือไม่ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้มักจะต้องใช้เงินมากในการปรับระดับดินปรับปรุงดินให้มีสภาพเหมาะสมที่จะปลูกพรรณไม้ทั่วไป

นอกจากปัญหาเรื่องดินแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของสวนอีก เช่น การปรับพื้นที่ ทางระบายน้ำ วัสดุและอุปกรณ์อื่น ๆ

1. การปรับพื้นที่ (Grading)

การปรับพื้นที่รวมถึงการขุดและการถม เพื่อให้ได้ระดับที่ต้องการสําหรับสวน ซึ่งการปรับพื้นที่ มีจุดมุ่งหมายหลายอย่าง เช่น ควบคุมการพังทลายของดิน ขุดดินเพื่อทำสระ ทำสนามกอล์ฟ หรือ เป็นการปรับปรุงรูปร่างและลักษณะของพื้นที่นั้น การปรับพื้นที่ใช้เครื่องมือหลายชนิดนับแต่ พลั่วมือ พลั่ว คราด ตลอดจนรถแทรกเตอร์ขนาดต่าง ๆ และรถปรับดิน โดยส่วนใหญ่แล้วตามบ้านทั่วไปมีเฉพาะเครื่องมือชิ้นเล็ก ๆ เท่านั้น ถ้าการปรับดินที่ต้องใช้เครื่องมือใหญ่ ๆ นั้น ก็ควรให้เป็นหน้าที่ของบริษัทที่มีความชำนาญงานทางด้านนี้

เมื่อมีการปรับที่และวางตำแหน่งท่อระบายน้ำต่าง ๆ แล้ว ควรจะคลุมพื้นที่นั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะจะช่วยป้องกันการชะหน้าดินของฝนและลม ซึ่งอาจจะปูหญ้า ปลูกต้นไม้หรือทำทางเท้าก็ได้

ข้อยุ่งยากในการปรับดินเกิดจากสถานที่นั้น ๆ ได้มีสิ่งก่อสร้างเดิมและต้นไม้อยู่แล้ว ทำให้การทำงานต้องยากลำบากขึ้น เช่น การขุดสระว่ายน้ำบริเวณสวนหลังบ้านโดยมีตัวบ้านคั่นอยู่ การถมดินในสวนโดยไม่ต้องการให้ต้นไม้ใหญ่ตาย หรือต้องการจะถมดินโดยเก็บหน้าดินไว้ โดยอาจจะต้องไถเอา หน้าดินไว้ต่างหาก พอถมดินเสร็จจึงเอาหน้าดินใส่อีกครั้ง หรือไม่ก็ถมที่ไปเลยแล้วหาหน้าดินมาใส่ใหม่

2. การระบายน้ำ (Drainage)

การไหลของน้ำที่ช้าหรือเร็วเกินไปอาจทำความเสียหายให้กับสถานที่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการระบายน้ำที่ถูกต้องเพื่อรักษาสภาพของสวนให้คงที่อยู่เสมอ ซึ่งการระบายน้ำแบ่งออกเป็น 2 ทางคือ

1. การระบายน้ำทางผิวดิน (Surface Drainage) หมายถึงการปรับพื้นที่ให้น้ำไหลไปเรื่อย ๆ บนผิวดิน หญ้า หรือวัสดุอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอแต่ไม่เร็วเกินไปนักนอกจากว่าจะเป็นร่องน้ำ โดยความเร็วของน้ำขึ้นอยู่กับความลาดเอียงของพื้นที่และความหยาบละเอียดของพื้นผิว น้ำจะขังเป็นตมถ้าน้ำไหลช้าและดินจะเกิดเป็นร่องน้ำถ้าน้ำไหลเร็วเกินไป ดังนั้นควรปรับความลาดเอียงให้พอเหมาะเพื่อให้น้ำไหลในความเร็วที่ได้ขนาด และได้ปล่อยให้ดินได้ดูดซึมน้ำได้

2. ระบายน้ำใต้ผิวดิน (Subsurface Drainage) การระบายน้ำใต้ผิวดินปกติแล้วจะระบายในแนวตั้งหรืออาจเปลี่ยนทิศทางโดยชั้นต่าง ๆของวัสดุถ้าใต้ดินเป็นทรายการระบายน้ำก็จะเร็วมากถ้า เป็นดินเหนียวการระบายก็จะช้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกชนิดของต้นไม้ให้เหมาะกับสภาพดินของสวนนั้น ๆ ต้นไม้ส่วนใหญ่ชอบการระบายน้ำขนาดปานกลาง มีบางชนิดเหมือนกัน ที่อยู่ได้ทั้งการระบายน้ำเร็วและช้า เรื่องนี้อาจทดสอบได้โดยการขุดหลุมแล้วใส่น้ำไว้ ถ้าน้ำซึมหายไปในทันทีทันใด หรือภายในเวลาอันไม่นานนัก แสดงว่าการระบายน้ำเร็วเกินไป แต่ถ้าใช้เวลา 2-3 วันกว่าน้ำจะหมดการระบายน้ำก็ช้าไป

การระบายน้ำที่เร็ว (Fast Drainage) พบมากในทรายหรือดินปนกรวด อาจทำให้ช้าลงโดยการเติมอินทรีย์วัตถุต่างๆ เช่น ใบไม้ผุ ดิน ฯลฯ

การระบายน้ำที่ช้า (Slow Drainage) พบในดินเหนียว ช่วยได้โดยการผสมทราย กรวด หิน เข้าไปเพื่อให้ดินโปร่งขึ้น

3. ดิน (Soil Conditioning)

สภาวะของดินเกี่ยวข้องกับอินทรีย์วัตถุ ความหยาบละเอียดของดิน และการระบายน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเจิรญเติบโตของต้นไม้ เราอาจจะเลือกต้นไม้ให้เข้ากับสภาพของดิน หรือจะจัดสภาพของดินให้เข้ากับต้นไม้ที่จะปลูก โดยทั่วไปแล้วจะทำทั้งสองแบบซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุผลและข้อมูล ปกติแล้วต้นไม้ชอบดินร่วน มีอินทรีย์วัตถุในดิน และมีการระบายน้ำไหลผ่านราก และการไหลเวียนของอากาศซึ่งเป็นที่ต้องการของราก การปรับปรุงดินทำได้โดย

1. เติมสิ่งที่ขาดลงในดิน เช่น อินทรีย์วัตถุ อาหารทางเคมี

2. ปรับปรุงความหยาบ ละเอียดของดิน เช่น ใส่ทราย ดินเหนียว

3. ควบคุมการระบายน้ำ ปรับพื้นผิวการระบายน้ำให้พอเหมาะไม่ช้าหรือเร็วไป

4. เปลี่ยนดิน ในกรณีที่ดินเดิมมีสภาพแย่มาก

5. ทำปุ๋ยจากเศษใบไม้ผุ กิ่งไม้ และใบไม้ที่ตัดแต่งกิ่ง

4. วัสดุและอุปกรณ์อื่นๆ (Utilities)

อุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุดภายในสวนได้แก่ ท่อน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ต้นไม้ในสวนเจริญเติบโตดีหรือไม่ นอกจากนั้นก็มีท่อโทรศัพท์ ท่อแกสท่อสายไฟภายในสวนซึ่งสายไฟต่าง ๆ ภายในสวนควรใช้ชนิดที่กันน้ำได้ การวางวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ควรทำทันทีที่การปรับดินหยาบ ๆ เสร็จแล้ว เพื่อจะช่วยประหยัดและให้ความสะดวกในการทำงานอนมากขึ้น



Comments are closed.

This entry was posted on July 6, 2012 and is filed under วิธีการจัดสวน. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.