เทคนิคในการออกแบบสวนพักผ่อนหย่อนใจ

มีสิ่งที่ต้องการทางด้านเทคนิคเพียงพอ (Satisfy Technical Requirements)

ขนาด (Sizes)

ก่อนที่จะมีการออกแบบต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของพื้นที่นั้น ๆ ก่อน ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นั้น หาได้จากอำเภอในเขตนั้น สำนักผังเมือง กองสวนสาธารณะ กองอุทยานแห่งซาติ กรมแผนที่ ขนาดของสนามสำหรับเกมส์ต่าง ๆ นั้น มีขนาดที่แน่นอนอยู่แล้ว ส่วนขนาดของที่จอดรถ ปิคนิค นั้นขึ้นอยู่กับความต้องการใช้และการออกแบบ (รูป 6.1)

ปริมาณ (Quantities)

โดยปกติแล้วต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนของของแต่ละสิ่งว่าต้องการใช้มากน้อยแค่ไหน เช่น สนามเทนนิส 10 สนาม สนามบอลล์ 1 สนามและอื่นๆ เพราะว่าจำนวนเหล่านี้เป็นที่ต้องการสำหรับประชาชนจริง ๆ ในขณะนั้น แต่ก็ควรต้องคิดเผื่ออนาคตไว้ด้วย เพราะประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกปี อาจจะมีที่จอดรถนับเป็นจำนวนคันมากกว่าที่จำเป็นในปัจจุบัน หรือสนามเทนนิสเพิ่มขึ้นอีก 1-2 สนาม ทั้งนี้เป็นการคาดการณ์เพื่ออนาคต

ส่วนสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ก็ควบคู่กัน เช่น สนามเท็นนิส ต้องมีเนต 1 อัน เสา 2 อัน นํ้าดื่มใกล้ ๆ สนาม และสิงอื่น ๆ อีก

ที่ปิคนิคสำหรับครอบครัวมีโต๊ะ 1 ตัว เตาปิ้ง ถังขยะร่วมกับจุดอื่น ส่วนบริเวณแค้มป์ (Campground) ควรมีห้องน้ำให้ทุก ๆ 30 แค้มป์

ควรมีสนามให้เด็กเล่นด้วย เช่น มีกระดานเลื่อน ชิงช้า ที่ปีนป่าย บ่อทราย

ผลเนื่องมาจากธรรมชาติ (Orientation to Natural Forces)

ก่อนการกำหนดตำแหน่งของสถานที่ควรคิดถึงการเล่นเกมส์ต่าง ๆ ที่อยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องตาในขณะที่เล่นเทนนิส หรือกีฬาอย่างอื่นที่มีการโยนลูกบอลล์กลับไปมา ควรจัดให้สนามมีมุม 90 องศา กับมุมขึ้น-ลงของดวงอาทิตย์ หรือในแนวเหนือ-ใต้ นั่นเอง (รูป 6.2, 6.3)

จุดสำหรับมองดูวิวนั้นพระอาทิตย์ควรอยู่ด้านหลังของผู้ที่ยืนมองดู อย่างไรก็ตามแสงอาทิตย์ก็มีประโยชน์ เช่น ตามบริเวณชายหาด ควรได้รับแสงเต็มที่และควรอยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันตก (รูป 6.4) Campground ควรอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเพราะเต็นท์และพื้นจะได้แห้งเร็ว ในตอนเช้า และได้รับร่มเงาในตอนบ่าย (รูป 6.5)

ลมก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลสำคัญต่อการละเล่นต่าง ๆ เช่น (รูป 6.6) ทิศทางของกระแสลมทำให้ต้องหาที่จอดเรือในตำแหน่งที่ปลอดลม Campground ถ้าปราศจากลม บรรยากาศก็ไม่เหมาะสม เพราะควันไฟจากการหุงต้มจะลอยอยู่บริเวณนั้นเอง (รูป 6.7) ควรให้ทุกจุดมีลมพัดผ่านได้สะดวก โดยเฉพาะประเทศที่มีความชื้นสูง

นอกจากลมแล้วก็มีจำนวนนํ้าฝนแต่ละปีและการขึ้น ๆ ลง ๆ ของระดับนํ้ามีผลต่อพื้นที่ต่ำ เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุนี้แล้ว ก็จะสามารถกำหนดตำแหน่งของตัวอาคารได้

สิ่งอื่นที่จำเปีน (Operating Needs)

รถ เรือ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการบำรุงรักษาเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคิดถึงในแปลน เช่น รัศมี ต่ำสุดของวงกลมที่จะทำให้รถเลี้ยวได้สะดวกคือ 20 ฟุต หรือ 6 เมตร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่จะนำไปออกแบบถนน และที่จอดรถ (รูป 6.8, 6.9)

ถนนที่ให้รถถอยหลังเพื่อเอาเรือลงที่ท่า ต้องมีมุมสูงสุดไม่เกิน 15% (รูป 6.10)

เครื่องตัดหญ้าไม่สามารถตัดได้ถ้ามุมเอียงมากกว่า 33%(รูป 6.11) สำหรับสิ่งที่ออกแบบ เพื่อให้มนุษย์ใช้นอกจากจะสวยงามแล้ว ต้องสะดวกสบายในการใช้ด้วย (รูป 6.12) มุมระหว่างที่นั่งกับพนักมากไปหรือเปล่า ไม่ใช่นั่งแล้วหลุดหายไปในเก้าอี้ หรือพนักพิงเอียงมากไปทำให้ปวดหลังเวลานั่ง หรือเก้าอี้นั่งไม่มีพนักทำให้นั่งไม่สบาย แต่ใช้สำหรับนั่งพักเพียงไม่กี่วินาที หรือเพื่อรอรถเมล์ ควรออกแบบโดยคิดถึงมุมเอียงของเก้าอี้ พนักส่วนสูง และขนาดให้พอเหมาะด้วย

สิ่งต่อไปที่จะต้องคิดถึงคือการเดินของมนุษย์ ก้าวยาว ๆ หรือธรรมดา เพื่อให้การเดินเป็นไปโดยสะดวก จึงมีขนาดมาตรฐานสำหรับขึ้นบันได ทั้งลูกตั้ง และลูกนอน ลูกตั้งควรจะสั้น ลูกนอนควรจะยาว Landscape Architect ชื่อ Thomas Church แนะนำว่า 2 เท่าลูกตั้งบวกลูกนอนเท่ากับ 26 นิ้ว หรือ 65 เซ็นติเมตร (รูป 6.13) เป็นขนาดที่พอเหมาะ ในการเดินขึ้นลงภายในสวน แต่ถ้า หากว่าต้องวางเท้าบนบันไดมากกว่าก้าวเดียวควรวางจังหวะให้เท้าเดินได้สะดวกตามภาพ (รูป 6.14)

นอกจากนี้แล้วควรคิดถึงความสะดวกสบายของผู้ใช้ให้มาก เช่น (รูป 6.15) มีเตาย่างอาหาร น้ำดื่มสูงขนาดพอเหมาะ ให้ความสะดวกแก่มารดาที่มีรถเข็นเด็กเพื่อขึ้นลงบันไดด้วย



Comments are closed.

This entry was posted on July 4, 2012 and is filed under จัดสวนพักผ่อนหย่อนใจ. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.