ศัตรูกล้วยไม้

เรื่องของศัตรูนั้นกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกนี้ต้องมีศัตรูทั้งสิ้น ไม่มีชีวิตใดที่ปราศจากศัตรูสิ้นเชิง สำหรับกล้วยไม้นั้นมีศัตรูมากมาย สำหรับศัตรูที่ทำอันตรายต่อกล้วยไม้นั้น  หากเรียงตามลำดับการทำลายที่รุนแรง พอจะเรียบจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้

1.  โรค ซึ่งอาจเกิดเพราะสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทำให้เกิดโรค ซึ่งได้แก่ รา แบคทีเรีย ไวรัส และไส้เดือนฝอย  นอกจากนี้อาจขึ้นได้โดยไม่มีเชื้อ คือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เช่น โรคขาดธาตุอาหาร โรคเกิดจากความเป็นพิษของเครื่องปลูก พิษของปุ๋ย ของยาที่ใช้กับกล้วยไม้ หรือจากดินฟ้าอากาศวิปริต ปรวนแปร ร้อนจัด หนาวจัด แฉะเกินไป แห้งเกินไป สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้กล้วยไม้มีอาการผิดปรกติได้ทั้งสิ้น

2.  แมลง มีแมลงหลายชนิดที่เป็นศัตรูของกล้วยไม้ แมลง นี้เป็นสัตว์ที่เมื่อเป็นตัวแก่ (เต็มวัย) ต้องมี 6 ขา จึงจะเรียกว่าแมลงหากมีขา มากหรือน้อยกว่านี้ ไม่เรียกว แต่ถ้าเป็นตัวอ่อนไม่นับ เช่น ผีเสื้อเป็นแมลง มี 6 ขา หรือแมลงวัน มี 6 ขา แต่หนอนแมลงวันไม่มีขาเลย ฉะนั้นเมื่อนับขาต้องนับเมื่อเต็มวัยแล้วเท่านั้น แมลงทำลายกล้วยไม้ได้หลายอย่าง เช่น ด้วง ตั๊กแตน แมลงสาบ และหนอน กัดกินส่วนต่าง ๆ เพลี้ยหอย (เห็นเป็นเกล็ดเกาะอยู่กับที่ตามต้น ใบ) เพลี้ยแป้ง (ผิวของตัวสารมีสีขาวคลุมอยู่) เพลี้ยอ่อน (ตัวเล็กขนาดหัวเข็มหมุดเกาะกินส่วนอ่อน ๆ) พวกนี้ จะดูดกิน น้ำเลี้ยงของกล้วยไม้ทำให้ทรุดโทรม และเพลี้ยไฟ (ตัวเล็กยาววิ่งเร็วเกาะตามซอกกลีบดอก กาบใบ) จะแทะเลีย ผิวอ่อน ๆ ของกล้วยไม้ ถ้าทำลายดอกจะเห็นสีของดอกส่วนนั้นซีดหายไป  ซึ่งมักจะเข้าทำอันตรายบริเวณกลีบดอกซ้อนเป็นจุดแรกจึงมักเรียกกันว่า ตัวกินสี ถ้าทำลายยอดอ่อนจะเห็นรอยช้ำที่ผิวใบเป็นจ้ำ ๆ นอกจากแมลงจะทำลายกล้วยไม้โดยตรงดังกล่าวแล้ว แมลงบางชนิดอาจนำโรคมาสู่กล้วยไม้ด้วย

3. แมง ได้แก่สัตว์ที่เมื่อเป็นตัวแก่เต็มวัยขามีมากกว่า 6 ขา เช่นแมงมุม(มี 8 ขา) แมงที่เป็นศัตรูร้ายแรงของกล้วยไม้คือแมงมุมแดง (ไรแดงก็เรียก) ตัวเล็กขนาดปลายเข็มหมุด ซึ่งจะเกาะอาศัยอยู่ตามส่วนต่าง ๆ พบมากตามซอกใบ ผิวใบด้านล่าง และปลายรากอ่อน ๆ ไรแดงนี้ทำลายกล้วยไม้ โดยการดูดกินน้ำเลี้ยง จนบริเวณที่เกาะอาศัยอยู่นั้นมีผิวกร้านแห้ง และเซลผิวของกล้วยไม้ที่บริเวณนั้นตายหมด

4.  สัตว์อื่น ๆ เช่น นกจิกกินยอดอ่อน จิกดอก หนูกัดกินต้นเล็ก ๆ สุนัขเหยียบย่ำ แมวขึ้นไปนอนบนโต๊ะวางลูกกล้วยไม้ ฯลฯ และขอรวมถึงคนที่เป็นขโมยทั้งอาชีพและสมัครเล่น เอาไว้ด้วย

5.  วัชชพืช เช่นตะไคร่น้ำเกาะภาชนะและเครื่องปลูก มอส เห็ด และต้นไม้อื่น ๆ ที่ขึ้นในภาชนะปลูกกล้วยไม้แย่งน้ำแย่งอากาศกล้วยไม้ด้วย

โดยวิธีที่ดีแล้ว ควรยึดภาษิตที่ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” คือปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ ให้ศัตรูเข้าทำลายได้ยาก เช่น รักษาความสะอาดของเรือนโรงรักษาสุขภาพของกล้วยไม้ให้ดี และถ้ามีศัตรูเข้าทำลายก็ควร ตัดไฟแต่ต้นลม อย่าปล่อยให้ลุกลามใหญ่โตจนแก้ไขลำบาก

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงพื้นฐานว่ากล้วยไม้จะงามหรือไม่งามนั้น มีสิ่งใดเป็นปัจจัยบ้าง แต่เมื่อเรียนรู้ถึงปัจจัยเหล่านี้ดีแล้ว ก็มิได้หมายความว่าจะเลี้ยงกล้วยไม้ให้งามได้ ยังมีปัจจัยที่สำคัญยิ่งอีกอย่างหนึ่งคือตัวเจ้าของเองว่าจะปฏิบัติบำรุงกล้วยไม้ให้ถูกใจกล้วยไม้แต่ละชนิดแต่ละต้นได้อย่างไร  ฉะนั้นความเอาใจใส่ประกอบกับความช่างสังเกต เป็นนิสัยที่นักกล้วยไม้น่าจะมี



Comments are closed.

This entry was posted on October 3, 2012 and is filed under การปลูกกล้วยไม้. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.