gardenวิธีปลูกกล้วยไม้เล็ก

กล้วยไม้ที่เพิ่งเอาออกจากขวดนั้นควรปลูกในกระถางหมู่ ถ้ากล้วยไม้มีขนาดแตกต่างกันและมากพอจะปลูกได้หลาย ๆ กระถางควรแยกต้นใหญ่ต้นเล็กอย่าปลูกปะปนกันจะทำให้ต้นเล็ก ๆ ถูกเบียดบังแสงเติบโตช้าและขาดความสวยงาม

กระถางหมู่ (community pot หรือ com. pot) นิยมใช้กระถางทรงเตี้ยใส่ถ่านก้อนขนาดประมาณ 2 ซม.ลงไป โดยพยายามเลือกก้อนโตรองก้น ก้อนที่ย่อมๆ ไว้บน ใส่ถ่านให้สูงขึ้นมาถึงขอบล่างกระถาง แล้วเอาออสมันดาโรยทับหน้าพอให้เห็นถ่านรำไร รดน้ำให้โชก นำมาใช้ปลูกกล้วยไม้ได้ การที่ไม่ใส่เครื่องปลูกให้สูงกว่านี้ ก็เพื่อให้ขอบกระถางเป็นที่พิงของต้นกล้วยไม้กันล้ม และยังเป็นขอบกั้นกันลมโกรกโคนต้นอีกด้วย

วิธีปลูก หยิบกล้วยไม้วางลงบนเครื่องปลูกให้ห่างกันประมาณครึ่งถึง 1 ชม. โดยพยายามบังคับให้ยอดตั้งตรงไม่ว่าต้นและรากจะคคงออย่างไรก็ตาม การหยิบกล้วยไม้ ให้จับที่ใบ อย่าจับต้น เพราะ 2 ส่วนนี้ ถ้าบอบช้ำ ให้ใบช้ำกล้วยไม้จะทรุดโทรมน้อยกว่าให้ต้นช้ำ

เมื่อปลูกเต็มกระถางจะมีกล้วยไม้ประมาณ 25-40 ต้น ทั้งนี้แล้วแต่ขนาดของกระถาง เสร็จแล้วใช้ปากคีบจับแต่งกล้วยไม้บางต้นที่ยังเอียงอยู่ ให้ยอดตั้งตรงให้หมด สำหรับลูกกล้วยไม้ต้นเล็ก ๆ เวลาปลูกใช้มือหยิบได้ไม่ถนัค ให้ใช้ปากคีบจับแทน การปลูกกล้วยไม้ลงกระถางหมู่นี้ฝึกให้เด็ก ๆ ปลูกได้เป็นดี เพราะนิ้วมือเล็ก ๆ หยิบต้นกล้วยไม้ลงวางปลูกนั้น ไม่เกะกะไม่เหมือนนิ้วมือโต ๆ ที่มักเผลอชนต้นข้างเคียงเอนล้มอยู่ร่ำไป นอกจากนั้นยังเป็นการฝึกเด็ก ๆ ให้รู้จักช่วยทำงานอีกด้วย

การปฎิบัติบำรุง ลูกกล้วยไม้เล็กที่เพิ่งออกจากขวดนั้นไม่ต่างอะไรกับเด็กเพิ่งคลอด จึงจำเป็นต้องพิถีพิถันในการเลี้ยงดูให้มากเป็นพิเศษ เรื่องที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือเรื่องความชื้น การปรับตัวของลูกกล้วยไม้ ให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอก และการปรับสภาสิ่งแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับความคุ้นเคยของกล้วยไม้ คือสภาพที่ใกล้เคียงกับที่อยู่ในขวด กล้วยไม้ที่ออกจากขวดใหม่ ๆ ต้องเลี้ยงในที่อากาศมีความชื้นสูงมากๆ และอับลม โดยกั้นคอกให้อยู่ วางไว้ในที่กันฝนได้ คอกนี้อาจทำเป็นตู้กระจก หรือตู้พลาสติกก็ได้ เอากระถางหมู่ใส่ไว้ ในตู้มีทางระบายอากาศ ได้บ้าง

มีวัสดุอีกอย่างหนึ่งที่ใช้กั้นคอกได้ดี คือ คอนกรีตบล็อกอย่างบาง ชนิดทำรั้ว ทำผนังห้อง ซึ่งกว้าง 20 ซม. ยาว 40 ซม. และหนา 3 นิ้วฟุต นำมาใช้กั้นเป็นคอก ในถาดใส่ลูกกล้วยไม้ขนาดกว้างยาวด้านละ 20 นิ้วฟุต ก็จะได้คอกเลี้ยงลูกกล้วยไม้อย่างดี การทำคอกแบบนี้มีข้อเสียที่ค่อนข้างหนัก เพราะคอนกรีตบล็อก แต่ละแผ่นหนักตั้ง 8 กิโลกรัม เมื่อรวมกันเข้าทั้ง 4 แผ่น น้ำหนักก็ใกล้เคียงกับข้าวสาร 2 ถัง แต่มีข้อดีหลายประการ คือหาซื้อได้ง่าย ราคาถูก และเก็บความชื้นได้ดี เนื่องจากเนื้อคอนกรีตมีรูพรุนดูดซับน้ำได้มาก เมื่อนำมากั้นเป็นคอกรดน้ำให้ชุ่ม อากาศภายในคอกก็จะชื้นอยู่ตลอดเวลา และเมื่อผนังคอกระเหยน้ำออกมา ก็ทำให้อากากภายในเย็นลงอีกด้วย

กล้วยไม้ที่ปลูกลงกระถางหมู่เสร็จใหม่ ๆ ให้เอาวางไว้ในคอกนี้ แล้วเอาถาดใส่ลูกกล้วยไม้ขนาดเดียวกัน ทำเป็นฝาปิดอีกใบหนึ่ง เวลาจะรดน้ำก็เปิดออก เสร็จแล้วก็ปิดไว้ดังเดิม ให้ปิดฝาไว้เช่นนี้ 2 วัน แล้วปิดฝาเฉพาะกลางวัน เปิดกลางคืนอีก 2 วัน ต่อจากนั้นก็เปิดฝาออกเลย อีก 3 วัน แล้วจึงนำกระถางออกจากคอกได้ โดยเอาออกตอนเย็นจะดีกว่าตอนเช้า เพราะจะได้ผ่านกลางคืนซึ่งเย็นและชื้น ก่อนผ่านกลางวันซึ่งร้อนและแห้งกว่า กำหนดเวลาที่ให้ไว้นี้ยืดหยุ่นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพความชื้นในอากาศ เช่น อากาศแห้ง อาจยืดเวลาออกไปอีก 5-7 วัน หรือถ้าอากาศชื้นมาก อาจลดเวลาลงอีก ที่ทำดังนี้ก็เพื่อค่อยๆ ปรับสภาพความชื้นให้เปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ เพื่อให้ลูกกล้วยไม้ปรับตัวเข้ามาหาได้ทัน การปฏิบัติดังนี้ โอกาสที่กล้วยไม้จะแห้งจนใบเหี่ยวนั้นไม่มี จะมีก็แต่แฉะเกินไปจนอาจทำให้เน่าได้ การทำความสะอาดสิ่งต่างๆ มาตั้งแต่ต้นจึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ และน้ำที่จะรดกล้วยไม้ก็ต้องสะอาดด้วย

เมื่อเอากล้วยไม้ออกจากคอกแล้ว ให้เอากระถางที่ต้นยังเล็กอยู่ (ใบยาวไม่เกิน 3 ซม.) ไปไว้ในเรือนลูกกล้วยไม้ ส่วนกระถางต้นดตกว่านั้น ให้เอาลงไปปลูกในกระถางเจี๊ยบต่อไป หรือจะรอให้แทงรากใหม่เสียก่อนก็ได้

กระถางเจี๊ยบ (thump pot) หมายถึงกระถางที่มีปากกว้าง 1 นิ้ว 1 นิ้วครึ่ง เจาะรูที่ก้น จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า กระถางนิ้ว กล้วยไม้ที่ปลูกอยู่ในกระถางขนาดนี้เรียกว่า ไม้นิ้ว เครื่องปลูกนิยมใช้ออสมันดาอัดหลวมๆ ในแนวตั้ง กระถางและเครื่องปลูกต้องทำความสะอาดให้ดี เมื่อจะนำมาปลูกให้รดน้ำจนชุ่มแล้วค่อยๆ ดึงออสมันดาออกจากกระถาง ให้เรียงเส้นเป็นรุปกระถางตามเดิมอย่าให้แตกกระจาย แล้วแบ่งออกสัก 1 ใน 3 ถ้ากระถางไหนรู้สึกว่าแน่นมากก็เอาออกสักครึ่งหนึ่งเลยก็ได้ เสร็จแล้วแหวะออสมันดาที่เหลือให้แผ่บนฝ่ามือหยิบลูกกล้วยไม้วางให้รากและโคนต้นอยู่ในออสมันดา รวบออสมันดาเข้าหากัน สวมลงในกระถางตามเดิมขณะสวมลงไป ถ้าเห็นว่าต้นไม่ลอยขึ้นก็ดึงใบเบาๆ ให้ลอยขึ้นอยู่ในระดับที่ต้องการ ซึ่งจะไม่ช้ำเหมือนกับการกดให้ต้นจม ออสมันดาบางเส้นที่ไม่ยอมลงไปอยู่ในระดับของหมู่พวกเขา ถ้ากดไม่ลงควรดึงออกให้หมด เมื่อปลูกเสร็จแล้ว โคนต้นจะต้องอยู่ชิดกับระดับผิวเครื่องปลูก หรือจมลงไปเพียงเล็กน้อยจึงจะดี ถ้าจมลึกเกินไปโคนเน่าได้ง่ายและถ้าปลูกตื้นเกินไปจนโคนลอย มักจะแห้ง ถึงไม่ตายก็โตช้า ปลูกเสร็จแล้วก็นำไปเลี้ยงในเรือนลูกกล้วยไม้ โดยเรียงกระถางให้ชิดกัน เพื่อให้กระถางเย็นและชื้น ถ้ามีจำนวนเล็กน้อยจะใส่ถาดไม้วางเป็นถาดๆ ก็สะดวกดี

มีเครื่องปลูกกล้วยไม้ในกระถางเจี๊ยบอีกชนิดหนึ่ง คือ ถ่านป่นที่ร่อนเอาฝุ่นออกหมดแล้ว เหลือถ่านก้อนขนาดเมล็ดถั่วดำ เอามาปลูกไม้นิ้วแทนออสมันดา วิธีการปลูกทำดังนี้

เอาถ่านก้อนโตพอควรวางอุดรูก้นกระถาง หยิบต้นกล้วยไม้ด้วยมือซ้ายวางลงกลางกระถาง แล้วจับเอาไว้ให้โคนต้นอยู่ในระดับสูงเกือบถึงปากกระถาง ใช้ช้อนเล็กๆ เช่นช้อนกาแฟ ตักถ่านกรอกลงไปจนเต็ม เคาะข้างกระถางเบาๆ ให้ถ่านกระซับแล้วเติมถ่านให้เต็มกระถางอีกครั้งหนึ่ง

การปลูกด้วยถ่านนี้ เมื่อปลูกเสร็จต้องวางกระถางในที่บังคับไม่ล้มง่าย เพราะถ้ากระถางล้มถ่านจะหกหมด ปกตินิยมวางในถาดใส่ลูกล้วยไม้ชนิดเป็นถาดสวมกระถางได้พอดี จะให้ดีต้องเลือกขนาดกระถางทุกใบให้โตเท่ากันแล้วเลือกซื้อถาดที่สวมกระถางขนาดดังกล่าวได้พอเหมาะ ไม่คับไม่หลวม โดยเมื่อสวมแล้วก้นกระถางจะลอดไปอยู่ใต้ถาด ส่วนขอบปากกระถางเกี่ยวไม้พื้นถาดอยู่พอดี

การให้น้ำ อาจให้วันละ 1 ครั้งตอนเช้าก็ได้ หรือวันละหลายครั้งก็ได้ ถ้าให้ครั้งเดียวจะใช้บัวรดน้ำเป็นฝอยหรือฉีดพ่นให้ก็ได้ โดยให้จนชุ่มทั้งกระถางหมู่และกระถางเจี๊ยบ ทั้งนี้ต้องดูฟ้าอากาศด้วย ถ้าอากาศชื้นก็ยั้งมือหน่อย อากาศแห้งก็ให้เต็มที่ การให้น้ำที่พอเหมาะนั้น เครื่องปลูกจะแห้งประมาณบ่าย 4-5 โมงเย็น โดยดูที่สีของออสมันดา ซึ่งเมื่อเปียกจะเป็นสีดำ เมื่อแห้งจะเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้าปลูกด้วยถ่านให้น้ำเพียงครั้งเดียวไม่พอ อย่างน้อยๆ ต้องให้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

ถ้าให้น้ำวันละหลายๆ ครั้ง ไม่เหมาะที่จะใช้บัวรด เพราะจะให้น้ำได้ไม่สม่ำเสมอบางจุดจะได้น้อยเกินไปบางจุดกลับมากเกินไป ขอแนะนำให้พ่นฝอย จะใช้เครื่องสูบน้ำติดหัวฉีดพ่นฝอยก็ได้ หรือจะใช้กระบอกฉีดพ่นยาปราบศัตรูพืชก็ได้ โดยพ่นพอให้เปียกชื้น เมื่อแห้งก็พ่นให้อีก ตั้งแต่เช้าจนเย็น ซึ่งอาจให้น้ำได้ตั้งแต่วันละ 3 ครั้งขึ้นไป วิธีนี้ปรับปรุงการให้น้ำได้ง่าย เพราะถ้าแห้งเร็วก็ให้ขึ้นหรือมากขึ้นถ้าแห้งช้าก็เพลาลง

สำหรับการให้น้ำวันละ 1 ครั้ง นั้น  ถ้าตอนเย็นมาพบว่าแห้งมาก วันรุ่งขึ้นก็เพิ่มให้หนักมือขึ้นหน่อย แต่ถ้าพบว่ายังชื้นมากอยู่ รุ่งขึ้นก็เบามือลงหรืออาจงดสักวันหนึ่งก็ได้ การปรับปรุงในแต่ละวันอาจทำได้ดังกล่าว ซึ่งถ้าขาดความชำนาญย่อมไม่ดีเท่าการให้วันละหลายๆ ครั้ง ถึงกระนั้นขอแนะนำให้ผู้เลี้ยงกล้วยไม้สมัครเล่นให้น้ำวันละ 1 วัน เพราะไม่ต้องเป็นภาระมากประการหนึ่ง และเจ้าของมักไม่ได้อยู่บ้านดูแลกล้วยไม้ทั้งวันอีกประการหนึ่ง

น้ำให้ลูกกล้วยไม้นี้ขอให้พยายามใช้น้ำฝน เพราะสะอาดบริสุทธิ์ ลูกกล้วยไม้จะเจริญเติบโตเร็ว แข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บไม่ใคร่มี ถ้าใช้น้ำคลองควรตกตะกอนให้ใสแล้วต้มเสียก่อน เพื่อฆ่าเชื้อโรคและตะไคร่น้ำมี่เจือปนอยู่ การต้มน้ำรดกล้วยไม้นี้ฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่ลูกกล้วยไม้ที่รดด้วยน้ำ(คลอง)ต้มนั้น กระถาง เครื่องปลูกจะสะอาดปราศจากตะไคร่ เพราะเชื้อของตะไคร่ที่ติดมากับน้ำ พอต้มให้เดือด(ความจริงแค่ร้อนจัดๆ ก็พอ) ก้ตายหมด อย่างไรก็ตามถ้ามีลูกกล้วยไม้มากๆ ต้องใช้น้ำรดวันละตุ่ม การต้มน้ำดูออกจะเกินกำลัง และอาจจะเป็นเรื่องตลกดังว่า



Comments are closed.

This entry was posted on November 13, 2012 and is filed under การปลูกกล้วยไม้. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.