gardenลักษณะของสวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

The Appearance of Park and Recreation

สวนสาธารณะ และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศกรีก เมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสต์ศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กันระหว่างนักปราชญ์และลูกศิษย์ และให้ประชาชนได้พักผ่อนในยามว่าง ต่อมาอีกหลายร้อยปี รูปแบบของสวนสาธารณะก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันนี้สวนสาธารณะ หรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจก็มี ลักษณะเป็นพื้นที่โล่ง มีสนามหญ้ากว้างใหญ่ ไม้ใหญ่ให้ร่มเงาและไม้ดอกไม้ประดับตามจุดต่าง ๆ ที่เป็นจุดเด่น และยังมีสิ่งก่อสร้างเพื่อให้ความสะดวกแก่บุคคลทั่ว ๆ ไปที่มาพักผ่อนในสวนสาธารณะ สวนสาธารณะแต่ละแห่ง มีรูปแบบแตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะต่าง ๆ ของพื้นที่นั้น และจุดมุ่งหมายในการจัดการสวนสาธารณะ เช่น จัดเป็นสถานที่รวบรวมพรรณไม้ ชนิดต่าง ๆ ประกอบที่พักผ่อนหย่อนใจ จัดเป็นที่แล่นเรือและตกปลา หรือเป็นที่เที่ยวชมธรรมชาติ พรรณไม้และสัตว์ป่าในวนอุทยาน และชมสวนสาธารณะหรือวนอุทยานที่มีสภาพตามธรรมชาติเดิมที่สวยงามอยู่แล้ว

การพักผ่อนหย่อนใจโดยทั่วไปแล้วมีหลายรูปแบบ ทั้งที่อยู่บเาน ที่ทำงาน และสถานที่สาธารณะ และการพักผ่อนนั้นก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของแต่ละบุคคล เช่น การเล่นกีฬา ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ หรือทำสวน ซึ่งลักษณะการพักผ่อนหย่อนใจจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ

1. การพักผ่อนหย่อนใจนอกอาคาร (Outdoor Recreation)

2. การพักผ่อนหย่อนใจภายในอาคาร (Indoor Recreation)

1. การพักผ่อนหย่อนใจนอกอาคาร แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือที่เป็นสาธารณะและส่วนตัว

การพักผ่อนหย่อนใจนอกอาคารที่เป็นของสาธารณะ (Outdoor Public) ได้แก่ กิฬาต่าง ๆ สนามเด็กเล่น

การพักผ่อนหย่อนใจภายนอกอาคารที่เป็นส่วนตัว (Outdoor Private) ได้แก่ ทำสวน ปลูกผัก ว่ายน้ำ

2. การพักผ่อนหย่อนใจภายในอาคาร แบ่งออกเป็น 2 ชนิดเหมือนกันคือที่เป็นของสาธารณะและส่วนตัว

การพักผ่อนหย่อนใจภายในอาคารที่เป็นของสาธารณะ (Indoor Public) ได้แก่ ยิมนาสติค ปิงปอง

การพักผ่อนหย่อนใจภายในอาคารที่เป็นส่วนตัว (Indoor Private) ได้แก่ ดูทีวี ฟังเพลง อ่านหนังสือ

การจัดสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดเป็นสวนสาธารณะ หรือวนอุทยานนั้นแตกต่างกันออกไปแต่ละพื้นที่ แต่ก็มีหลักการเพื่อประเมินหาแนวทางในการวางแผนออกแบบดังนี้ โดยพิจารณาจาก

1. ลักษณะตามธรรมชาติของพื้นที่นั้น เช่น เป็นชนบท เมืองเล็ก ๆ เมืองหลวง เมืองที่กำลังพัฒนา หรือหยุดพัฒนาแล้ว

2. ลักษณะของประชาชนในเขตนั้น ๆ เช่น มีความเป็นอยู่หนาแน่นมาก ส่วนใหญ่มีงานทำ นิสัย อายุ

3. ลักษณะของพื้นที่เป็นที่ราบ เป็นภูเขา และลักษณะของภูมิอากาศ

4. แผนผังการใช้พื้นที่ และการจราจรของสถานที่นั้น ๆ ในปัจจุบันและ

อนาคต

5. ราคาและจำนวนของพื้นที่ที่จัดหาได้

6. สถานที่พักอาศัย และแหล่งการค้า

เมื่อมีการตรวจสอบถึงพื้นที่ที่จะจัดเป็นสาธารณะ หรือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะสมได้แล้วขึ้นต่อไปก็ควรพิจารณาถึงขนาดของพื้นที่ที่พอเหมาะที่จะจัดเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งอาจจะเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรในเขตนั้น ๆ หรือเปรียบเทียบกับจำนวนพื้นที่ทั้งหมดของเขานั้น ถ้าประเมินอย่างหยาบ ๆ แล้วจะใช้พื้นที่ที่ทำเป็นสวนสาธารณะประมาณ10% ของพื้นที่ทั้งหมด จะเห็นได้ว่าเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะระหว่างการใช้พื้นที่โดยทั่วไปและสวนสาธารณะ ส่วนการประเมินพื้นที่ที่จะทำเป็นสวนสาธารณะต่อจำนวนประชากร จากจำนวนประชากร 1,000 คน ควรใช้พื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะประมาณ 25 ไร่ (10 เอเคอร์)

การจัดเตรียมสถานที่ที่จะเป็นสวนสาธารณะนั้น จะต้องทราบถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสวนสาธารณะก่อน และควรมีรายการตำแหน่งสถานที่นั้น ๆ ทั้งชนิดและขนาดของพื้นที่ หรือพื้นนํ้าที่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมต่าง ๆ ควรมีข้อมูลจากสมาคมนั้น ๆ และจากการสำรวจสภาพพื้นที่เดิม โปรแกรมเหล่านี้ ต้องนำมาปรับปรุง เพื่อให้สอดคล้องกับการจัดสถานที่ จุดมุ่งหมายของแปลนสามารถมองเห็นได้ชัด และทดสอบได้บนพื้นฐานของการแสดงออกและการปฏิบัติ

การจัดระบบของการใช้พื้นที่จำเป็นต้องมีขํ่นสำหรับเมืองทั่วไป เพื่อเป็นการประกันว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ก็ยังคงมีพื้นที่สำหรับเป็นสวนสาธารณะอยู่เหมือนเดิม แม้ว่าประชากร จะเพิ่มขึ้นอีกมาก ตัวอย่างตารางเหล่านี้ จะแสดงให้เห็นถึงพื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะของเมืองต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรและพื้นที่ทั้งหมด

ตารางเปรียบเทียบพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจต่อจำนวนประชากร 1000 คน

เมือง ประชากร(1970) พื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะและที่พักผ่อนหย่อนใจ(เอเคอร์) อัตราส่วน จำนวนพื้นที่สวนสาธารณะเป็น เอเคอร์ต่อประชากร 1,000 คน
บอสตัน 641071 6900 10.76
เดนเวอร์ 514678 16686 32.42
ดีทรอยท์ 1511482 5954 3.94
ฮูสตัน 1232802 4762 3.86
แคนซัสซิตี้ 507087 7355 14.5
ลอส แองเจิลลิส 2816061 15947 5.66
เมมฟีส 623099 4981 7.99
มิลวอดี้ 717099 14264 19.89
นิวออร์ลีนส์ 593467 442 0.74
ฟิลลาเดลเฟีย 1948609 9822 5.04
ฟอนิค 581562 18696 32.15
ซาน แอนโตนิโอ 654153 4455 6.81

ข้อมูลได้มาจาก U.S.Department of Commerce ปี 1970

ตารางเปรียบเทียบจำนวนพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจต่อพื้นที่ทั้งหมด

เมือง จำนวนพื้นที่ทั้งหมด(เอเคอร์) พื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะและที่พักผ่อนหย่อนใจ จำนวนเปอร์เซนต์ของพื้นที่พักผ่อนต่อจำนวนพื้นที่ทั้งหมด
บอสตัน 29440 6900 23.44℅
เดนเวอร์ 60928 16686 23.39℅
ดีทรอยท์ 88320 5954 6.74℅
ฮูสตัน 277696 4762 1.72℅
แคนซัสซิตี้ 202752 7355 3.63℅
ลอส แองเจิลลิส 296768 15947 5.37℅
เมมฟิส 138496 4981 3.60℅
มิลวอดี้ 60800 14264 23.46℅
นิวออร์ลีนส์ 126144 442 0.35℅
ฟิลลาเดลเฟีย 82240 9822 11.94℅
ฟอนิค 158656 18696 11.78℅
ซาน แอนโตนิโอ 117760 4455 3.78℅


Comments are closed.

This entry was posted on July 4, 2012 and is filed under จัดสวนพักผ่อนหย่อนใจ. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.