garden-0006.1รูปทรงของกล้วยไม้

เมื่อพิจารณาถึงรูปทรงของต้นกล่วยไม้แล้ว อาจแบ่งกล้วยไม้ได้เป็น

2 ประเภท คือ

1. ประเภทแตกกอ กล้วยไม้ประเภทนี้มีรูปทรงและการเจริญเติบโตคล้าย กับพืชที่แตกกอทั้งหลาย เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ไผ่ กล้วย คือ ในคนหนึ่งหรือกอ หนึ่งนั้น จะประกอบไปด้วยต้นย่อย ๆ หลายต้น ต้นที่แท้จริงของกล้วยไม้ประเภทนี้ จะอยู่ในเครื่องปลูกหรือคืบคลานไปบนเครื่องปลูก ซึ่งเรียกว่า ไรโซม ( เหง้า ) ส่วนที่โผล่ยื่นออกมาจากไรโซมอาจเป็นใบเพียงอย่างเดียว เช่น กล้วยไม้ในสกุลรองเท้านารี หรืออาจมีลำต้นที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างโผล่ยื่นออกมา ซึ่งมักบวมแป่งและทำหน้าที่สะสมอาหาร ต้นส่วนนี้เรียกว่า ลำลูกกล้วย เช่นกล้วยไม้ใน สกุลหวาย สกุล คัทลียา เป็นต้น บริเวณโคนลำลูกกล้วยติดกับไรโซมจะมีตาที่สมบูรณ์มากอยู่ 2 ตา เมื่อลำลูกกล้วยนั้นเจริญจน สุดลำ แล้ว ตาที่โคนตาหนึ่งจะแตกออกมาเป็นลำใหม่ ส่วนอีกตาหนึ่งมักจะพักตัวอยู่ และโดยปรกติการแตกตามักจะสลับซ้ายขวากัน คือ ลำที่ 1 แตกตาซ้ายกลายเป็นลำที่ 2 ลำที่ 2 แตกตาขวากลายเป็นลำที่ 3 ลำที่ 3 แตกตาซ้ายกลายเป็นลำที่ 4 เช่นนี้เรื่อยไป ลำที่มีอายุมากกว่า คือ เกิดก่อนเรียกว่า ลำหลัง ลำที่มีอายุน้อยกว่าเรียกว่า ลำหน้า กล้วยไม้บางกออาจมีลำหน้าที่สุดเพียงลำเดียวเรียกว่ามีหน้าเดียวหรืออาจมี 2-3-4 ลำก็ได้  ถ้าเป็นดังนี้เรียกว่ามี สองหน้า สามหน้า สีหน้า ตามลำดับ (รูปที่ 3 ข.) การเจริญเติบโตที่ทำให้มีลำหน้าสุดหลายลำนั้น เนื่องมาจากตาที่โคนลำลูกกล้วยของกล้วยไม้บางลำแตกออกเป็นลำใหม่ทั้ง 2 ตา  ไม่ได้แตกตาหนึ่งดังที่กล่าวมาแล้ว

กล้วยไม้ประเภทแตกกอและมีลำลูกกล้วยนั้น  ถ้าได้รับการเลี้ยงดูโดยสม่ำเสมอ ลำที่เกิดใหม่มักจะมีขนาดโตและสูงกว่าลำเก่า  ฉะนั้นถ้าพบกล้วยไม้กอใด ลำลูกกล้วยสูง ๆ ต่ำๆ มิได้ลดหลั่นเป็นลำดับไหล่ พึงสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ถูกเลี้ยงดูอย่างทิ้ง ๆ ขว้างๆ อดๆ อยากๆ ระยะใดเจ้าของนึกขยันขึ้นมาก็รดน้ำใส่ปุ๋ยให้ ลำที่เกิดใหม่ก็สมบูรณ์ ระยะใดเจ้าของเฉยเมยทอดทิ้ง ลำที่เกิดใหม่ก็ผอมโซ กล้วยไม้ประเภทนี้ขายหน้าเจ้าของดีนัก อย่างไรก็ตาม ความสูงนี้มีขีดจำกัดสำหรับกล้วยไม้แต่ละชนิดมิใช่ว่าปลูกไปเลี้ยงไปจะมีลำสูงเสียดฟ้า

2.  ประเภทแวนดา  กล้วยไม้ประเภทนี้ได้ชื่อมาจากกล้วยไม้สกุลหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายเป็นสากล คือ กล้วยไม้ สกุลแวนดา เป็นกล้วยไม้ที่มีการเจริญเติบโตขึ้นไปทางส่วนยอด คือ ตาที่ยอดจะแตกใบใหม่เจริญขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนโคนต้นจะออกรากไล่ตามยอดขึ้นไป เมื่อกล้วยไม้มีอายุมากขึ้น ส่วนโคนก็จะแห้งตายไล่ยอดขึ้นไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงอาจพบกล้วยไม้ประเภทนี้ในป่าบางต้น ซึ่งแต่ก่อนเห็นเกาะอยู่ใกล้โคนต้นไม้ มาถึงเดี๋ยวนี้เห็นขึ้นไปเกาะอยู่เกือบถึงยอดไม้ การเจริญเติบโตไปทางยอดนี้ มิใช่ว่าต้นหนึ่งจะมียอดเพียงยอดเดียวเสมอไป เมื่ออายุมากขึ้นตาที่ข้อของลำต้นอาจแตกแขนงออกมา ทำให้มีหลายยอดได้ หรือในกรณีที่ยอดเน่าหรือยอดหัก ตาข้าง ๆ ก็จะแตกยอดใหม่ออกมาซึ่งไม่ต่างอะไรกันกับต้นมะม่วง มะขาม จามจุรี ถ้าเราตัดยอดออก ตอที่เหลือก็มักจะแตกยอดใหม่เสมอ

ตัวอย่างของกล้วยไม้ประเภทนี้ได้แก่กล้วยไม้ในสกุลแวนดา สกุลช้าง สกุลกุหลาบ สกุลเข็มและสกุลแมลงปอ เป็นต้น

ข้อแตกต่างระหว่างกล้วยไม้ 2 ประเภทนี้ที่ควรทราบ มีดังนี้

ระบบราก

ประเภทแตกกอ มีทั้งระบบรากที่เป็น รากดิน รากกึ่งดิน และรากกึ่งอากาศ พวกรากดินก็มีความหมายตรงตัว คือรากจะอาศัยอยู่ในดิน เช่นเดียวกับต้นไม้ทั่ว ๆ ไป ตัวอย่างที่คุ้นหูกันดีอยู่ คือกล้วยไม้ที่มีชื่อว่า ท้ายคูลู (Brachycorythis helferi) นางอั้ว (Pecteilis susannae) เอื้องไผ่ (Arundina graminifolia) ส่วนรากกึ่งดินนั้นแม้จะอาศัยอยู่ที่พื้นดินรากก็มิได้ชอนไชลงในดินโดยตรง แต่อาศัยอยู่กับใบไม้ใบหญ้าที่ผุพังทับถมกันอยู่บนดินเป็นชั้นหนา ๆ เช่นกล้วยไม้หลายชนิดใน สกุลรองเท้านามี สำหรับกล้วยไม้ที่มีรากกึ่งอากาศนั้น โดยปรกติจะอาศัยเกาะอยู่ตามต้นไม้ รากบางส่วนจะชอนไชไปตามเปลือกไม้บางส่วนจะเกาะยึด แนบสนิทกับต้นไม้นั้น

ประเภทแวนดามีระบบรากเป็น รากอากาศแท้ รากบางส่วนจะเกาะยึดเครื่องปลูกหรือต้นไม้แล้วแต่กรณี รากอีกบางส่วนจะงอกยื่นออกไปในอากาศ หรือรากบางเส้นส่วนโคนเกาะยึดต้นไม้เอาไว้ส่วนปลายยื่นออกไปในอากาศก็มี  กล้วยไม้ประเภทนี้บางชนิดรากมีขนาดใหญ่กว่าแท่งดินสอเสียอีก

การออกดอก

ประเภทแตกกอ บางชนิดออกดอกที่ยอด บางชนิดออกดอกที่ตาข้างตามข้อของลำลูกกล้วย บางชนิดออกได้ทั้งที่ตายอดและตาข้าง  บางชนิดจะออกดอกเฉพาะลำลูกกล้วยที่ทิ้งใบหมดแล้ว

ประเภทแวนดา  จะออกดอกที่ตาตามข้อของลำต้นเท่านั้น ไม่ออกดอกที่ยอด เคยพบกล้วยไม้ประเภทนี้ออกดอกที่ยอดเหมือนกัน  ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะผิดปกติ และเมื่อออกดอกที่ยอด จะไม่มีตาแตกใบใหม่ต่อไป มีสภาพเช่นเดียวกับกล้วยไม้ที่ตัดยอดทิ้งหรือยอดเน่า หากเป็นเช่นนี้ตาข้างจะเจริญเป็นยอดใหม่ขึ้นมาแทนที่

ลักษณะการถือฝักและเมล็ด

ประเภทแตกกอ ปลายฝักจะห้อยชี้ดิน เมล็ดที่สมบูรณ์เมื่อแก่แล้วจะมีสีเหลืองส่วนเมล็ดลีบมีสีขาว

ประเภทแวนดา ปลายฝักจะตั้งขึ้นชี้ฟ้า เมล็ดที่สมบูรณ์จะมีสีน้ำตาล ส่วนเมล็ดลีบมีสีขาวเช่นเดียวกับประเภทแตกกอ



Comments are closed.

This entry was posted on October 2, 2012 and is filed under การปลูกกล้วยไม้. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.