รั้วผนังกั้นและสิ่งล้อมรอบบริเวณสวน

ENCLOSURE

รั้วและผนังรอบ ๆ บ้านและสวนนั้น เดิมสร้างขึ้นเพื่อป้องกันศัตรู สัตว์ และภัยธรรมชาติต่าง ๆ ต่อมาจุดมุ่งหมายนี้ก็ได้เปลี่ยนไป เป็นการสร้างขึ้นเพื่อกันลม, กันเสียงรบกวน, ทิวทัศน์ที่ไม่น่าดู, เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกมองดูและสอดส่องจากเพื่อนบ้านและเพื่อให้เด็ก สัตว์เลื้ยงอยู่ในที่ที่ปลอดภัยในบริเวณบ้าน สำหรับภายในสวนผนังก็มีไว้เพื่อแบ่งแยกบางส่วนของสวน เช่น สวนครัวจากสวนดอกไม้ เป็นฉากเพื่อบังที่ตากผ้าและที่เก็บขยะจากสวน

รั้วและผนังกั้น (enclosure)ให้ประโยชน์หลายอย่าง แต่สำหรับประโยชน์ในแง่ของการจัดสวนแล้ว enclosure ให้ความเป็น 3 มิติแก่สวน ถ้าปราศจากรั้วและผนังแล้ว จะทำให้สวนดูจืดชืดและน่าเบื่อ และควรหลีกเลี่ยงการจัดให้มีรั้ว, ผนังกั้นที่มีขนาดและการจัดวางที่เหมือนกันหมด เพราะจะให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในห้องขัง ลักษณะของรั้ว, ผนังกั้นและสิ่งล้อมรอบให้ความสะดุดตามากกว่าหรือเด่นกว่าผิวของวัสดุ (Surfacing) เช่น เรามองออกไปในสวนจะเห็นรั้ว, ไม้พุ่ม, ฉาก ก่อนสิ่งอื่น

การเลือกรั้วและผนังให้เข้ากับสถานที่

ก่อนอื่นต้องคิดภาพพจน์ว่าถ้ารั้ว, ผนัง หรือสิ่งล้อมรอบนั้นถ้าทำเสร็จแล้วจะมีสภาพอย่างไร ในแง่ความสัมพันธ์กับสวนและเพื่อนบ้านของท่าน บางท่านอาจจะชอบปลูกไม้เลื้อยคลุมรั้วหรือผนัง เพื่อให้เกิดความรู้สึกอ่อนนุ่มขึ้น หรืออาจจะทิ้งไว้เป็นลักษณะเดิมเพื่อให้มุมดูคมชัดและเข้ากับบ้าน สมัยใหม่ อย่างไรก็ตามถ้ารั้วของท่านแปลกเกินไปก็จะทำให้เกิดความรู้สึกขัดตา หรือทำให้สภาพแวดล้อมเหล่านั้นเสียไป ข้อผิดพลาดที่พบกันทั่วไปคือมักจะเลือกวัสดุราคาถูกมากกว่าวัสดุที่เหมาะสม ซึ่งวัสดุที่เหมาะสมทั้งสีและลักษณะอาจจะไม่แพงเสมอไปอย่างที่คิดก็ได้ ทางที่ดีควรเลือกวัสดุ ที่มาจากบางส่วนของบ้าน, ทางเท้า เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกัน หรือไม่ก็มีการทำรั้วร่วมกันระหว่างเพื่อนบ้านข้างเคียง

การเลือกใช้วัสดุง่าย ๆ เช่น ไม้สน, ไม้ไผ่, ไม้เนื้อแข็ง หรือไม้พุ่มนั้น ก็อาจจะประหยัดเงิน แต่ก็ไม่คงทนถาวรเท่ารั้วอิฐหรือหิน เพราะจะดูแลรักษาง่ายและไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

การเลือก enclosureนั้น ควรพิจารณาถึงหลักสำคัญ 3 อย่างคือ

1. ขนาด หรือส่วนสูงของรั้วและผนัง เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องตัดสินใจเพราะมีผลต่อการควบคุมระดับสายตา, การเคลื่อนไหว ลม, เสียง และแสงอาทิตย์

เนื้อที่ที่กว้างต้องการความสูงมาก แต่ไม่ควรเกิน 2.00 เมตร ส่วนความหนานั้น ก็แล้วแต่โครงสร้างและความสูง

2. ลักษณะของรั้วและผนัง ควรเลือกว่าจะให้ทึบ, โปร่งแสง, หรือโปร่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการ จะเลือกแบบไหน เช่น ไม้ระแนง, อิฐ, ไม้พุ่ม หรือคอนกรีต

ตัวอย่างการเลือกรั้วและผนังกั้นเพื่อให้ได้ตรงตามจุดมุ่งหมาย เช่น

  • ต้องการรั้วต่ำ กั้นทางเดิน แต่ไม่ต้องการมองเห็นรั้ว

ซึ่งอาจเลือกได้หลายชนิดเพื่อให้ได้ตามจุดประสงค์นี้คือ

1. ราวโปร่ง ทำด้วยไม้ เหล็ก ไม่ไผ่ ฯลฯ

2. ผนังเตี้ย ๆ และที่นั่ง ทำด้วยไม้ หิน หรืออิฐ

3. บ่อ สระ หรือคลอง

  • ต้องการรั้วขนาดกลาง (สูงกว่า 1.20 เมตร) กั้นทางเดิน และมองเห็นรั้วบ้าง

1. เสาปักเปีนแนว มีหรือไม่มีราวขอบบนก็ได้

2. ไม้เป็นชิ้นๆ ต่อกัน ไม่ทึบ

3. อิฐ, ศิลาแลง, ก่อโปร่งเว้นช่อง

4.  แก้วโปร่งแสง หรือพลาสติค

5. เป็นดินถมสูง

  • ต้องการรั้วขนาดสูงมากกว่า 1.80 เมตร กั้นทางเดินและมองเห็นทั้งหมด

1. ไม่ทึบ

2. อิฐทึบ

3. ผนังกั้นทึบอื่นๆ

3. วัสดุ การใช้วัสดุทำผนังหรือรั้ว ต้องให้เข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้าบริเวณนั้นน่าตื่นเต้น ผนังหรือรั้วก็ควรจะสดใส เบา ทำให้แลดูสดชื่นและน่าตื่นเต้น วัสดุมีต่างๆ กัน เช่น กระเบื้อง หิน ไม้ ไม้ไผ่ โลหะ เซรามิค แก้ว

ส่วนต้นไม้ก็มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ในแง่ไหน เช่น เพื่อเป็นฉากกั้น เพื่อความเป็นสัดส่วน หรือเพื่อความปลอดภัย

ลักษณะและประโยชน์ของรั้ว, ผนังกั้น และสิ่งล้อมรอบ

ลักษณะที่ซับซ้อน ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น ประหลาดใจกระตือรือร้น อยากจะก้าวเดินไป

การใช้ enclosure ที่กั้นด้วยความรู้สึก

การปิดธรรมดาเพื่อเน้นจุดสนใจ

จำกัดเนื้อที่เพื่อจุดมุ่งหมายทางศาสนา และการเน้นจุดสนใจ

ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว

เป็นตัวกรอง และตัวแผ่

บังคับทิศทางของลม

ควบคุมแสงอาทิตย์

ควบคุมการมอง

ลักษณะของฉากกั้นอาจจะบอบบางจนถึงแข็งกระด้าง



Comments are closed.

This entry was posted on July 6, 2012 and is filed under วิธีการจัดสวน. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.