ภาชนะและเครื่องปลูกกล้วยไม้

ดอกกล้วยไม้สีม่วง

ภาชนะ

การปลูกกล้วยไม้ในภาชนะ ถ้าเป็นกล้วยไม้ที่มีระบบรากเป็นกล้วยไม้ดินและกึ่งดิน นิยมปลูกในกระถางดินเผาเช่นเดียวกับการปลูกต้นไม้ทั่ว ๆ ไป กระถางนี้ จะเจาะรูระบายน้ำเฉพาะที่ก้นกระถางเท่านั้น ส่วนกล้วยไม้ที่มีรากอากาศและกึ่งอากาศ นิยมใช้กระถางดินเผาที่เจาะรูด้านข้างให้โปร่ง หรือใช้กระเช้าที่ทำด้วยไม้สัก (ทำด้วยไม้อื่นไม่ดีผุเร็ว พอกล้วยไม้เริ่มงามกระเช้าก็ผุเสียแล้ว)

ขนาดของภาชนะต้องให้เหมาะกับขนาดของกล้วยไม้ ถ้าปลูกกล้วยไม้ต้นเล็กในภาชนะที่ใหญ่เกินไป กล้วยไม้จะไม่งอกงามเท่าที่ควรหรืออาจจะแฉะเน่าตายได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกรากกึ่งอากาศ เช่น หวาย คัทลียา จะเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้การใช้ภาชนะขนาดเล็ก มีส่วนช่วยให้กล้วยไม้ออกดอกเมื่ออายุน้อยกว่าใช้ภาชนะขนาดใหญ่

เครื่องปลูก

การกล่าวถึงเรื่องเครื่องปลูกในที่นี้ จะขอจำกัดวงเฉพาะเครื่อง ปลูกกล้วยไม้ ประเภทที่ตามธรรมชาติเกาะอยู่ตามต้นไม้ มีระบบรากเป็นรากอากาศ เช่น ช้าง เข็ม แวนดา และ รากกึ่งอากาศ เช่น หวาย คัทลียา ส่วนกล้วยไม้ที่ขึ้นกับดิน เช่น รองเท้านารีนั้นจะยังไม่ขอกล่าวถึง

กล้วยไม้รากอากาศ และรากกึ่งอากาศนั้น เมื่อเกาะอยู่ตามต้นไม้ไม่ได้หยั่งรากลงไปดูดกินน้ำเลี้ยงภายในต้นไม้ที่เกาะอยู่ เพียงแค่ใช้รากทั้งหมดหรือบางส่วนเกาะยึดต้นไม้เอาไว้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ถือว่ากล้วยไม้เหล่านี้เป็นกาฝาก หรือพาราไซด์ (parasite) แต่ถือว่าเป็น อิปิไฟท์ (epiphyte)

เครื่องปลูกที่ใช้กับกล้วยไม้พวกนี้ ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้

1. มีความทนทานพอสมควรไม่ผุเร็ว ควรจะคงทนอยู่ได้อย่างน้อย 2 บี ถ้าผุเร็วก็เป็นภาระให้ต้องรอปลูกใหม่บ่อย ๆ ซึ่งจะทำให้กล้วยไม้ได้รับความกระทบกระเทือน และเสียเวลา ยิ่งไปกว่านี้การผุพังฃองเครื่องปลูกอาจจะเกิดสารที่เป็นพิษกับกล้วยไม้ขึ้นได้

2. ไม่มีสิ่งที่เป็นพิษกับกล้วยไม้เจือปนอยู่ เช่นมีสภาพเป็นกรดหรือเป็นด่างสูงเกินไป มีเชื้อโรคหรือแมลงที่เป็นอันตรายต่อกล้วยไม้อาศัยอยู่เป็นต้น

3. ไม่เป็นสิ่งที่เป็นอาหารของมดหรือสัตว์อื่น ๆ เพราะจะเกิดปัญหา ในการที่สัตว์เล็ก ๆ มากินเครื่องปลูก แล้วทำให้กล้วยไม้กระทบกระเทือนไปด้วย

4. มีสภาพเหมาะสมกับการเจริญแผ่ขยายของระบบรากของกล้วยไม้ เช่น เมื่อบรรจุลงภาชนะปลูกแล้วไม่แน่นทึบจนน้ำซึมผ่านไม่สะดวก รากได้รับน้ำและอากาศไม่เพียงพอเป็นต้น

5. เป็นสิ่งที่หาได้ง่ายมีราคาถูก เรื่องนี้อาจจะไม่รู้สึกเดือดร้อนสำหรับผู้ปลูกเลี้ยงเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าปลูกเลี้ยงมาก ๆ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ

คุณสมบัติทั้ง 5 ประการที่กล่าวมานี้ อาจจะหาได้ยากในเครื่องปลูกซนิดใดชนิดหนึ่ง หรือกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องปลูกแต่ละชนิดนั้น จะหาที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้ง 5 ประการได้ยาก ด้วยเหตุนี้ในบางกรณี ผู้ปลูกเลี้ยงจึงนิยมผสมเครื่องปลูกหลาย ๆ ชนิดเขาด้วยกัน เพื่อให้มีคุณสมบัติดีขึ้น

ในปัจจุบันเครื่องปลูกที่นิยมใช้กัน และหาได้ในประเทศไทยมีดังนี้

1. ออสมันดา (osmunda หรือ osmundine fibef) ความจริงออสมันดา เป็นชื่อของเฟินสกุลหนึ่ง ที่เอามาใช้เป็นเครื่องปลูกกล้วยไม้นั้น เป็นส่วนรากของเฟินดังกล่าว ในประเทศไทยเท่าที่ทราบ พบขึ้นอยู่ที่ภูกระดึง และเป็นพืชที่ทางราชการสงวนพันธุ์จะเก็บลงมาไม่ได้ ออสมันดาที่เคยใช้กันมาในสมัยก่อนส่วนใหญ่ซึ่งซื้อมาจากต่างประเทศ ซึ่งเมื่อมีผู้ต้องการใช้มากราคาจึงสูงขึ้น ๆ จนถึงขณะนี้ราคากิโลกรัมละหลายร้อยบาท เราจึงเลิกใช้กัน แต่ในประเทศไทยมีรากเฟินอีกบางชนิดที่มีลักษณะคล้ายกลึงกับรากเฟินออสมันดา พบขึ้นอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย จึงหันมาใช้รากเพีนพวกนี้แทน แล้วก็เลยผสมโรงเรียกว่า “ออสมันดา” จะเห็นได้ว่าชื่อออสมันดาซึ่งเป็น ชื่อสกุล เป็นชื่อทางพฤกษศาสตร์ของเฟินชนิดหนึ่งนั้น เมื่อคนทั่ว ๆ ไปนำมาใช้ก็เลย เปลี่ยนความหมายไปบ้าง กลายเป็นชื่อของรากเฟินอะไรก็ได้ ที่เป็นเส้นเล็ก ๆ สีดำ ๆ

ออสมันดา (รากเฟินจากภาคเหนือ) ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ทั้งหมดได้มาจากการเก็บจากป่ามาขาย มิได้มีการปลูกเลี้ยงกัน เมื่อมีแต่การเก็บไม่มีการปลูกบำรุง ก็เป็นการแน่นอนอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งจะต้องหมดไปจากป่าเช่นเดียวกับของป่าอีกหลายชนิดที่หมดไปแล้วและกำลังจะหมดไป คำว่าหมดในที่นี้ไม่ได้มีความหมายไกลไปถึงกับว่าสูญพันธุ์ แต่หมายถึงเพียงว่ามีปริมาณลดน้อยลงมาจนหายาก หรือไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ได้

2. กาบมะพร้าว กาบมะพร้าวที่จะมีความคงทนผุพังช้า ต้องเป็นกาบมะ­พร้าวที่แก่จัด และกาบที่ติดเปลือกแข็งข้างนอกจะดีกว่ากาบชั้นใน ๆ เข้าไป

3. อิฐ คือ อิฐมอญที่ใช้ก่อสร้างนี่เอง ทุบเป็นก้อนเล็ก ๆ

4. กระถางแตก เอามาทุบเป็นชิ้นเล็ก ๆ และรวมไปถึงเศษดินที่ได้จากการเจาะรูกระถาง เมื่อเอาไปเข้าเตาเผาก็นำมาใช้ได้เช่นกัน

5. ถ่าน ใช้ถ่านไม้หุงข้าวนี่เอง ถ่านแกร่งจะดีกว่าถ่านผุ

6. กรวดและทรายหยาบ ซึ่งได้จากแม่น้ำ ถ้าได้จากทะเลต้องล้างให้หมดเค็ม

7. หินก่อสร้าง หาง่ายมีให้เลือกหลายขนาดเหมาะกับเป็นเครื่องปลูกกล้วยไม้ลงแปลงมากกว่าพวกตั้งโต๊ะหรือแขวนราว เพราะมีน้ำหนักมาก

นอกจากที่กล่าวมานี้แล้ว ยังมีเครื่องปลูกอื่นๆ ที่ใช้ได้ และมีผู้เริ่มใช้กันบ้างแล้ว เช่น โฟมที่ทำเป็นเม็ดเล็ก ๆ ( เป็นชนิดเดียวกันกับที่มาอัดเป็นแผ่นสีขาว ๆ ใช้ในงานตกแต่งทั่ว ๆ ไป ) เศษไม้สัก ขี้กบ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าวัสดุที่จะใช้เป็นเครื่องปลูกนั้นมีหลายชนิด การจะใช้ชนิดใดหากเพียงคำนึงถึงว่าหาได้ง่ายราคาถูกเท่านั้นยังไม่พอ จะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาด และชนิดของกล้วยไม้ด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าจะปลูกกล้วยไม้ที่เพิ่งเอาออกจากขวด และต้นมีขนาดเล็ก เครื่องปลูกจะต้องค่อนข้างฝอยละเอียด และอุ้มน้ำได้พอควรไม่ถึงกับแฉะ ที่นิยมใช้กันก็ใช้อิฐหรือถ่านรองก้น แล้วใช้ออสมันดาสับเป็นท่อนเล็กสั้น ๆ โรยทับหน้า ถ้าเป็นกล้วยไม้ขนาดใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกล้วยไม้ เช่น หวาย และคัทลียา ซึ่งรากต้องการเครื่องปลูกค่อนข้างทึบก็ปลูกด้วยกาบมะพร้าว หรือออสมันดา ถ้าปลูกด้วยถ่าน อาจโรยทับหน้าด้วยทรายหยาบเป็นต้น มีหลักง่าย ๆ อยู่ว่ากล้วยไม้พวกรากกึ่งอากาศนั้น่ต้องการเครื่องปลูกที่ส่วนบนทึบ ส่วนล่างโปร่ง จึงจะเจริญงอกงามได้ดี ถ้าเป็นกล้วยไม้ประเภทมีระบบรากเป็นรากอากาศอย่างแท้จริงรากมีขนาดใหญ่ต้องการอากาศมากจึงชอบอยู่ทีโปร่ง จะสังเกตได้ว่ามีรากยาวระเกะระกะเต็มไปหมด กล้วยไม้พวกนี้หากใช้เครื่องปลูกที่ทึบ เช่นกาบมะพร้าว ออสมันดา ทราย เป็นเครื่องปลูกแล้วอาจจะไม่งอกงามเท่าที่ควร และมักจะเน่าตายเป็นส่วนใหญ่ เครื่องปลูกสำหรับกล้วยไม้พวกนี้ควรเป็นอิฐทุบ กระถางแตก ถ่านก้อนโต ๆ

การใช้เครื่องปลูกกับกล้วยไม้แต่ละชนิดนั้น มีสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมไปถึงฝนฟ้าอากาศในท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น ในท้องถิ่นทีฝนตกชุก ควรใช้เครื่องปลูกที่ระบายน้ำได้เร็วและอุ้มน้ำได้น้อย ในที่มีลมพัดโชยตลอดเวลา อาจใส่เครื่องปลูกให้แน่นทึบได้มากกว่าในที่อับลมดังนี้เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นถ้าสามารถปรับสภาพของโรงเรือนให้มีความชื้นสูงพอ การปลูกกล้วย ไม้ประเภทแวนดา จะไม่ใส่เครื่องปลูกเลยก็ได้ การไม่ใส่เครื่องปลูกนั้นกล้วยไม้รังใหญ่ มีจำนวนกล้วยไม้มาก จะงอกงามดีกว่ารังเล็ก ๆ เพราะรังใหญ่โดยปรกติความชื้นในรังจะสูงกว่า ส่วนรังกล้วยไม้ขนาดเล็กนั้นปรับความชื้นยาก เพียงลมพัดมาวูบสองวูบ ความชื้นในเรือนก็หนีตามลมไปหมด

มีข้อควรสังเกตไว้อย่างหนึ่งว่า เครื่องปลูกชนิดเดียวกัน อาจมีความสามารถอุ้มน้ำได้มากน้อยไม่เท่ากัน เช่นออสมันดา ถ้าอัดแน่นก็จะอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าอัดหลวม ๆ อิฐ ถ่าน และเครื่องปลูกแข็ง ๆ ทั้งหลาย ถ้ากอนยิ่งเล็กก็จะยิ่งอุ้มน้ำไว้ได้มาก

ฉะนั้นการเลือกเครื่องปลูกจึงไม่ควรคำนึงถึงชนิดฃองเครื่องปลูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงความแน่นหลวม ขนาดเล็ก-ใหญ่ ของเครื่องปลูก เพื่อปรับให้เหมาะสมกับกล้วยไม้แต่ละขนาด แต่ละ

ชนิดอีกด้วย



Comments are closed.

This entry was posted on October 8, 2012 and is filed under การปลูกกล้วยไม้. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.