บริเวณที่พักผ่อนในสวน

SHELTER

เดิมทีเราอาจจะคิดว่าสวนเป็นบริเวณที่โล่ง ๆ ปราศจากหลังคา มองเห็นท้องฟ้าและมองเห็นตัวบ้านเด่น แต่ที่จริงแล้วปัจจุบันนี้การพักผ่อนในตัวบ้านหรือในสวนไม่ได้ต่างกันเท่าใด ดูจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน โดยการต่อสวนหลังคาบ้านให้ยื่นออกไปในสวนเพื่อเป็นส่วนที่ช่วยป้องกันแสงสว่างที่มากไป กันฝน, ลม, ฝุ่น, เสียง และแมลง ซึ่งโครงสร้างหรือที่กำบังเหล่านี้อาจจะ ปลูกไม้เลื้อยหรือต้นไม้ประกอบได้

ดังนั้น Shelter ก็หมายถึงโครงสร้างหลังคาที่ยื่นออกมาจากตัวบ้านเพื่อคลุมระเบียง เฉลียง หรือเป็นโครงสร้างต่างหากสำหรับสวน หรืออาจเป็นต้นไม้ภายในสวน Shelter ใช้เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ, ภูมิอากาศ และยังเป็นจุดหนึ่งที่น่าสนใจและสวยงาม เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่างบ้านและสวน

เนื่องจากว่าอากาศในประเทศไทยค่อนข้างร้อน และมีฝนตกหลายเดือน การทำ Shelter จึงควรคิดถึงว่าวัสดุที่ใช้สามารถกันร้อนและกันฝนได้ ลักษณะทั่วไปควรจะโปร่ง ลมพัดผ่านได้สะดวก เพื่อให้ความร่มเย็นแก่ผู้ที่นั่งพัก Shelter ที่นิยมแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ

1. Shelter ที่เป็นหลังคาไม้ระแนงตีเว้นร่องเพื่อให้แสงส่องถึง ปลูกไม้เลื้อยให้เลื้อยคลุมไม้ระแนงรอบด้านโปร่ง อาจปลูกไม้พุ่มเพื่อกั้นเป็นขอบเขตบ้าง Shelter แบบนี้ให้ความร่มเย็นมาก เพราะอากาศพัดผ่านตลอด อาจมีปัญหาเมื่อถึงฤดูฝน เพราะไม่สามารถกันน้ำได้ดีเหมือนโครงสร้างที่มุงหลังคาทั่วไป แต่ก็ยังเป็นที่นิยมมาก เพราะไม้เลื้อยให้ดอกสีสวยและมีกลิ่นหอมทำให้ผู้ใช้สถานที่มีความรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น

ส่วนการเลือกชนิดของไม้เลื้อยนั้น ต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้าง หรือการทำโครงสร้างต้องขึ้นอยู่กับชนิดของไม้เลื้อย คือต้องให้ทั้งสองอย่างมีความเหมาะสมต่อกัน เช่น ถ้าเลือกไม้เลื้อยที่มีเถาใหญ่ และมีอายุยืนนานมาก โครงสร้างใช้วัสดุที่ไม่ดีพอก็อาจจะผุพังไปก่อนที่ไม้เลื้อยจะโตเต็มที่ ดังนั้น การเลือกไม้เลื้อยควรเลือกอย่างระมัดระวัง อาจจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้โดยการตั้งคำถามเพื่อหารายละเอียดเกี่ยวกับไม้เลื้อยนั้น ๆ เสียก่อน เช่น

  • เลื้อยอย่างไร พิง, ใช้มือเกาะ ฯลฯ
  • เลื้อยสูงเท่าไร
  • พุ่มกว้างเท่าไร
  • พุ่มใบหนาเท่าไร
  • เป็นไม้ผลัดใบ หรือไม่ผลัดใบ
  • มีดอกสีสดใส หรือมีอะไรพิเศษเป็นที่น่าสนใจ

2. การทำ Shelter โดยต่อยื่นออกมาจากตัวอาคาร วัสดุที่ใช้ก็คงคล้าย ๆ กับตัวบ้านโดยมีเสา โครงสร้าง และมุงหลังคาเรียบร้อย ซึ่งหลังคาอาจเป็นหลังคากระเบื้อง พลาสติก เสา ก็อาจเป็นไม้, โลหะ หรือ ค.ส.ล. ทาสี การทำ Shelter แบบนี้สามารถกันได้ทั้งแดดและฝน คือสามารถใช้ได้ทุกเวลา บริเวณโดยรอบมักจะโปร่ง อาจจะทึบด้านใดด้านหนึ่งที่ต่อเนื่องกับตัวบ้าน นิยมใช้ไม้พุ่มทำเป็นผนังเตี้ยด้านข้าง เพื่อให้ความเป็นสัดส่วน แต่ก็มีลมพัดผ่านตลอดเวลา ส่วนอีกหนึ่งด้านหรือสองด้านอาจจะโปร่งเพื่อผู้ใช้สถานที่จะได้มีโอกาสชื่นชมธรรมชาติในสวนได้โดยตลอด

3. ต้นไม้ก็เป็น Shelter ที่ดีอันหนึ่งและเป็นที่นิยมมาก เพราะให้ความร่มเย็นและเป็นธรรมชาติมากกว่าสิ่งอื่น ๆ ต้นไม้ใหญ่ ๆ ภายในสวนก็ถือว่าเป็น Shelter โดยเจ้าของบ้านอาจดัดแปลงบริเวณใต้ต้นไม้ให้เป็นที่พักผ่อนหรือมุมสงบได้ เพียงแต่ว่าอาจมีปัญหาเมื่อถึงฤดูฝนเพราะสถานที่อาจเปียก จนไม่สามารถใช้สถานที่นั้น ๆ ได้

การตัดสินใจในการทำ Shelter ต้องพิจารณาถึงจุดประสงค์หลายอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ โดยตั้งจุดมุ่งหมายไว้ดังนี้

1. ต้องการควบคุมเรื่องอะไร แสงแดด, ฝน, ลม, ความร้อน, ฝุ่น, เสียง, แมลง

2. ต้องการใช้Shelter ในฤดูไหน

3. และต้องการควบคุมเรื่องนั้น ๆ กี่เปอร์เซ็นต์ 100, 75, 50 %

4. ดูความต้องการจริงๆ ว่าจำเป็นต้องทำ Shelter ต่อจากตัวบ้าน หรือต้องการใช้ต้นไม้เป็นตัวเชื่อมระหว่างบ้านและสวน



Comments are closed.

This entry was posted on July 6, 2012 and is filed under วิธีการจัดสวน. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.