OLYMPUS DIGITAL CAMERAทำสวนครัวไว้กินเอง

ในสังคมยุคใหม่ อย่าว่าแต่จะปลูกผักหรือผลไม้ไว้รับประทานเลย ปลูกต้นไม้สักต้นก็เป็นเรื่องยากมิใช่น้อย  เพราะไหนจะเนื้อที่ของบ้านที่มีอยู่แต่กระแบะมือ ดีไม่ดีบางบ้านก็กลายเป็นกล่องซ้อนกันอยู่บนท้องฟ้าในรูปแบบของอาคารสูง  แล้วเมื่อมาผนวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ต้องปากกัดตีนถีบ รีบเร่งอยู่ทุกลมหายใจ ทำให้เวลาที่อยู่บ้านลดน้อยลง ทั้งยังเบียดบังเวลาในการซื้อหารับประทานอาหารเสียอีก เป็นผลให้การรับประทานอาหารของคนรุ่นใหม่ยุคนี้ จึงดูด้อยคุณค่าทางโภชนาการไป ดังนั้น บรรดานักโภชนาการและนายแพทย์หลายรายจึงได้เสนอแนะการรับประทานอาหารจากธรรมชาติ อาทิ ข้าวซ้อมมือ ผักสด และผลไม้สด แทนการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตกดังเช่นที่ระบาดอยู่ในหมู่คนรุ่นใหม่ทั่วไป แต่ในทางกลับกัน อาหารจากธรรมชาติที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันนั้นกลับเป็นปัญหากับผู้บริโภคเสียอีก ด้วยรูปโฉมภายนอกที่ดูสดสวยน่ารับประทานนั้นกลับแฝงไว้ด้วยภัยอันตรายจากสารเคมีต่าง ๆ อาทิ ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง แม้ว่าในปัจจุบันจะมีความพยายามรณรงค์ลดของแถมที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้อยู่ก็ตาม ฉะนั้น ถึงแม้ว่าดูจะเป็นเรื่องไม่น่าเป็นไปได้ในชีวิตปัจจุบันก็ตามที แต่อย่างน้อยการปลูกพืชผักเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะให้เราได้หยิบใช้ได้โดยมิต้องซื้อหาก็เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และน่าภูมิใจอยู่มิใช่น้อย

จากการทดลองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ซึ่งได้ทดลองวางแผนการทำสวนครัว  ซึ่งได้ทดลองวางแผนการทำสวนครัว  เพื่อให้เกิดประโยชน์กับครอบครัวคนไทยทั้งในเมืองและชนบทอันจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย และให้คุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งก่อให้เกิดความสะดวกและง่ายในการปฏิบัติดูแลอย่างถูกหลักวิชาการ  อีกทั้งได้ชนิดของพืชผักตรงกับความชอบและมีปริมาณเพียงพอ  โดยรูปแบบดังกล่าวมีเนื้อที่ปลูกเพียง 36 ตารางเมตร คือ กว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร มีรั้วรอบขอบชิด เพื่อป้องกันสัตว์เข้าไปรบกวน  โดยกำหนดให้ประตูทางเข้าอยู่ทางทิศเหนือ  ภายในทำแปลงปลูกผักยืนต้นปานกลาง และพืชผักยืนต้นติดกับรั้วด้านใน กว้าง 50 เซนติเมตร แบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ แปลงละ 1 เมตร จำนวน 16 แปลง และแปลงรอบรั้วติดกับประตูทางเข้าอีก 4 แปลง ยาวแปลงละ 1.25 เมตร รวมเป็น 20 แปลงเล็ก  สามารถปลูกพืชผักยืนต้นและผักยืนต้นปานกลางได้มากถึง 14 ชนิด แปลงด้านในสำหรับปลูกพืชผักล้มลุกหมุนเวียน กำหนดให้มีความกว้าง 1 เมตร ยาว 4 เมตร จำนวน 3 แปลง แบ่งแต่ละแปลงเป็นแปลงเล็ก ๆ แปลงละ 1 เมตร ปลูกพืชล้มลุกหมุนเวียนได้ครั้งละ 12 ชนิด หมุนเวียนตลอดทั้งปีได้ถึง 34 ชนิด  สำหรับชนิดของพืชผักที่จะปลูกในแปลงต่าง ๆ ก็มีดังนี้

แปลงที่ 1  ปลูกหอมแบ่ง ผักชีหอม ผักบุ้งจีน ผักคะน้า ผักชีลาว ผักโขม

แปลงที่ 2  ปลูกกุยช่าย

แปลงที่ 3  ปลูกกระเทียมหัว ผักกาดหัว บวบเหลี่ยม ผักกาดขาว กวางตุ้งดอก

แปลงที่ 4  ปลูกขึ้นฉ่าย ผักกาดหอม กว้างตุ้งไต้หวัน หอมแบ่ง

แปลงที่ 5  ปลูกกะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ข้าวโพดหวาน มันแกว

แปลงที่ 6  ปลูกผักกาดขาวปลีห่อ แตงกวา ข้าวโพดหวาน มันเทศ

แปลงที่ 7  ปลูกกะหล่ำปม แตงไทย ข้าวโพดหวาน ผักกาดหอม คะน้า

แปลงที่ 8  ปลูกกะหล่ำดอก มะระ ข้าวโพดหวาน ผักกวางตุ้ง ผักบุ้งจีน

แปลงที่ 9  ปลูกมะเขือเทศ ผักกาดเขียวปลี หอมแดง พริกชี้ฟ้า

แปลงที่ 10 ปลูกมะเขือเทศ ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง หอมแดง พริกขี้หนู

แปลงที่ 11 ปลูกถั่วแระญี่ปุ่น ผักกาดขาว กวางตุ้งดอก หอมแดง มะเขือเปราะ

แปลงที่ 12  ปลูกถั่วแระญี่ปุ่น ผักกวางตุ้ง ผักกวางตุ้งไต้หวัน หอมแดง มะเขือยาว

สำหรับระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักล้มลุกอายุสั้นหมุนเวียน มีดังนี้ คือ

แปลงที่ พ.ย.-ม.ค. ก.พ.-เม.ย. พ.ค.-ก.ค. ส.ค.-ต.ค.
1 หอมแบ่ง ผักชีหอม-ผักบุ้งจีน คะน้า ผักชีลาว-ผักโขม
2 กุยช่าย กุยช่าย กุยช่าย กุยช่าย
3 กระเทียมหัว ผักกาดหัว บวบเหลี่ยม ผักกาดขาว-กวางตุ้ง
4 ขึ้นฉ่าย ผักกาดหอม กวางตุ้งไต้หวัน หอมแบ่ง
5 กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ข้าวโพดหวาน มันแกว
6 ผักกาดขาวปลีห่อ แตงกวา ข้าวโพดหวาน มันเทศ
7 กะหล่ำปม แตงไทย ข้าวโพดหวาน ผักกาดหอม-คะน้า
8 กะหล่ำดอก มะระ ข้าวโพดหวาน ผักกวางตุ้ง-ผักบุ้งจีน
9 มะเขือเทศ ผักกาดเขียว หอมแดง พริกชี้ฟ้า
10 มะเขือเทศ ผักคะน้า-กวางตุ้ง หอมแดง พริกขี้หนู
11 ถั่วแระญี่ปุ่น ผักกาดขาว-กวางตุ้งดอก หอมแดง มะเขือเปราะ
12 ถั่วแระญี่ปุ่น ผักกาดกวางตุ้ง-กวางตุ้งไต้หวัน หอมแดง มะเขือยาว

ในส่วนของแปลงพืชผักทีมีอายุปานกลาง และพืชล้มลุกที่มีอายุยืนยาวถาวร รวมทั้งพืชผักยืนต้นสำหรับปลูกริมรั้วด้านใน ซึ่งจะคงอยู่ได้นานมากกว่า 1 ปี ประกอบด้วย

แปลงที่ 13 ตะไคร้ แปลงที่ 14 ข่า แปลงที่ 158 ขิง แปลงที่ 16 กระชาย แปลงที่ 17 กะเพรา แปลงที่ 18 แมงลัก แปลงที่ 19 โหระพา แปลงที่ 20 ชะอม แปลงที่ 21 ผักหวานบ้าน ชะอม ผักหวานบ้าน แปลงที่ 22 ชะอม ผักหวานบ้าน แปลงที่ 23 ชะอม ผักหวานบ้าน แปลงที่ 24 ชะอม ผักหวานบ้าน แปลงที่ 25 ชะอม ผักหวานบ้าน แปลงที่ 26 ผักชีฝรั่ง แปลงที่ 27 ชะพลู แปลงที่ 28 บัวบก แปลงที่ 29 ถั่วพู แปลงที่ 30 มะเขือพวง แปลงที่ 31 ข่า และแปลงที่ 32 ตะไคร้

พืชผักในแต่ละแปลงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความชอบของผู้ปลูก  ในส่วนของการปลูกนั้น ในขั้นแรกคือการปรับปรุงดินให้มีความเหมาะสมสำหรับการปลูก จากนั้นก็เริ่มหยอดเมล็ดหรือเพาะกล้า พืชแต่ละประเภทมีระยะปลูกระหว่างต้นและระยะของแถวต่างกัน รวมทั้งขั้นตอนการดูแลรักษา และโรคพืชที่แตกต่างกัน

สำหรับผุ้ที่มีความสนใจจริง ๆ ควรจะหาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เรียบเรียงมีหน้ากระดาษน้อยเกินกว่าจะบรรยายได้หมด  ส่วนคนที่มีเนื้อที่น้อยกว่า 36 ตารางเมตร หรือผู้ที่อยู่บนตึกสูง ก็อาจจะใช้วิธีปลูกใส่กระถาง  โดยเลือกพืชผักที่ชอบรับประทานปลูกไว้เป็นหลัก พร้อมทั้งหาเวลาว่างสักเล็กน้อยคอยดูแลรดน้ำ ก็ทำให้กลายเป็นงานอดิเรกที่น่าสนุกดี

เรียบเรียงจาก “หลักากรทำสวนครัวให้เก็บบริโภคได้ทุกวัน”

โดย พศ.ธวัชชัย ลวะเปารยะ



,

Comments are closed.

This entry was posted on February 22, 2012 and is filed under ออกแบบสวน. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.