garden-0009.1ชื่อกล้วยไม้

การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ หรือที่พูดกันด้วยคำง่าย ๆ ว่า “เล่นกล้วยไม้” นั้นพิถีพิถันในเรื่องชื่อเสียงเรียงนามของกล้วยไม้แต่ละต้นกันเป็นพิเศษ  ต่างไปจากการเล่นหน้าวัว โกสน กุหลาบ และไม้ดอกไม้ประดับอื่น ๆ มาก ตัวอย่างเช่น ถ้าจะเล่นโกสน พอทราบว่าชื่อขุนแผน เถรกวาด เจ้าเงาะ ก็พอแล้วหรือเล่นกุหลาบพอทราบว่าชื่อ ควีนอลิซาเบท คริสตินดิออร์ มิสตีมอน คิงแรนซัม ก็พอแล้วเช่นกัน แต่ถ้าเล่นกล้วยไม้ พอทราบว่าชื่ออะไร แล้วยังไม่พอ ต้องค้นหากันต่อไปว่า เป็นชนิดแท้หรือลูกผสม ถ้าเป็นลูกผสมยังต้องสืบเสาะต่อไปว่าอะไรผสมกันกับอะไร เช่น สมมุติว่ามีกล้วยไม้ต้นหนึ่งชื่อแวนดารอธไชล์เดียนา (Vanda Rothschildiana) ซึ่งเป็นลูกผสมดอกสีฟ้าก็ต้องทราบต่อไปว่าเป็นลูกผสมระหว่างแวนดาแซนเดอเรียนา กับฟ้ามุ่ย บางทีรู้เท่านี้ยังไม่พอ ต้องสืบเสาะต่อไปอีกว่า ฟ้ามุ่ยที่เอามาผสมเป็นฟ้ามุ่ยต้นไหน แซนเดอเรียนาก็เหมือนกันต้องสืบให้รู้ ทั้งนี้เพราะกล้วยไม้ก็เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ถึงแม้จะเป็นกล้วยไม้ชนิดเดียวกันก็มิใช่ว่าจะให้ลูกที่มีคุณลักษณะดีเหมือนกันได้ จึงต้องสืบประวัติอย่างละเอียด

จากความพิถีพิถันดังกล่าวมานี้ทำให้ผู้ริเริ่มเล่นกล้วยไม้ใหม่ ๆ ชักท้อใจ ด้วยจดจำชื่อเสียงเรียงนามของกล้วยไม้ไม่ไหว  จำเพาะชื่อแต่ละต้นแต่ละชนิดก็จะแย่อยู่แล้ว ยังจะถูกกะเกณฑ์ให้จดจำชื่อพ่อแม่กล้วยไม้เหล่านั้นด้วย และบางท่านคงนึกประหลาดใจว่าทำไมคนที่เล่นกล้วยไม้มานาน ๆ จึงจดจำได้เก่ง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดลึกลับแต่อย่างใด อาศัยความคุ้นเคย ความใกล้ชิดผ่านหูผ่านตาบ่อย ๆ ก็จำได้เอง ยิ่งมีหลักในการจำแนกกล้วยไม้อยู่ในสมองด้วยแล้ว ก็จะช่วยให้จดจำง่ายขึ้น และเลือกจดจำประเภทหรือสกุลที่ตนสนใจเท่านั้น

การจำแนกกล้วยไม้นั้นเราจำแนกได้หลายแบบหลายวิธี เช่น จำแนกตามรูปทรง ตามอุณหภูมิที่ต้องการ  ตามความนิยมของผู้ปลูกเลี้ยง และตามหลักวิชาทางพฤกษศาสตร์ เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการจำแนกประการหลัง  ซึ่งจะเป็นหลักในการจดจำชื่อเสียงและสามารถเขียนอ่านได้ถูกต้อง

สิ่งมีชีวิตในโลกนี้  ปราชญ์ท่านจำแนกหรือจัดแบ่งออกเป็นพวกใหญ่ ๆ ได้ 2 พวก หรือที่เรียกว่าอาณาจักร คือพืชอาณาจักรหนึ่ง และสัตว์อีกอาณาจักรหนึ่งทั้งพืชและสัตว์ก็จำแนกเป็นชั้นต่ำชั้นสูง สัตว์ก็เริ่มจากสัตว์เซลเดียวคือทั้งเนื้อทั้งตัวประกอบไปด้วยเซลเพียงเซลเดียว เช่น ตัวเชื้อไข้มาเลเรีย ตัวอมีบา สูงขึ้นมาก็มีหลายเซลแต่ไม่แบ่งแยกเป็นเนื้อหนัง ตับไต ไส้พุง เช่น ฟองน้ำ ปะการัง สูงขึ้นไปอีกมีอวัยวะต่าง ๆ แต่ไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น หอย ปู แมลง สูงสุดคือพวกมีกระดูกสันหลัง เช่น นก หนู คน เป็นต้น ในพวกพืชก็มีการแบ่งคล้าย ๆ กัน คือเริ่มจากพืชเซลเดียวขึ้นมา เป็นพืชหลายเซล แต่ไม่แตกเป็นรากเป็นลำต้นเป็นใบ เช่นพวกเชื้อราต่าง ๆ แล้วก็สูงขึ้นมามี ราก ต้น ใบครบ แต่ไม่มีดอก เช่นพวก มอส และเฟิน สูงสุดคือพวกพืชมีดอก เช่นข้าว พริก มะเขือเป็นต้น ในพวกพืชมีดอกก็แบ่งย่อยออกเป็น 2 พวกคือ พวกมีใบเลี้ยงคู่เช่น ถั่ว มะม่วง พุทรา ผักกาด พวกมีใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น ข้าว หญ้า กล้วย ขิง ข่า ตะไคร้ และกล้วยไม้ การจัดแบ่งนี้ยึดถือหลักการที่ว่าพวกมีลักษณะใกล้เคียงกันก็ตวมไว้ในพวกเดียวกัน  ถ้ามีลักษณะผิดแผกออกไปก็แยกไว้อีกพวกหนึ่ง  สำหรับพืชมีดอกนั้นยึดถือดอกเป็นลักษณะสำคัญในการจัดแบ่ง  ถ้าจะเปรียบเทียบการจำแนกพืชและสัตว์กับสิ่งอื่นแล้ว ก็ขอเทีบกับการจัดแบ่งการปกครองของประเทศไทย คือ

การจัดแบ่งทั้ง 2 แบบที่นำมาเปรียบกันนี้ถือความ ใกล้ชิด กันเป็นหลัก ต่างกันที่ว่าการจัดแบ่งการปกครอบใช้ความใกล้ชิด เรื่อง ที่ตั้ง คือหลาย ๆ หมู่บ้านอยู่ใกล้กันก็รวมเป็น 1 ตำบล หลาย ๆ ตำบลอยู่ใกล้กันก็เป็น 1 อำเภอ ฯลฯ ส่วนสิ่งมีชีวิตอาศัยความใกล้ชิดกันในเรื่อง รูปร่างลักษณะ คือหลาย ๆ ชนิดที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายกันก็รวมไว้ในสกุลเดียวกัน หลาย ๆ สกุลที่คล้ายกันก็รวมไว้ในตระกูลเดียวกัน

ที่กล่าวมาค่อนข้างยืดยาว ก็เพื่อให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการจำแนกสิ่งมีชีวิต ได้มีหลักเอาไว้พอเข้าใจ คราวนี้หันมาพูดเรื่องกล้วยไม้โดยเฉพาะ กล้วยไม้ทั้งหมดในโลกนี้จัดรวมไว้ในตระกูลเดียวกัน คือตระกูลกล้วยไม้ หรือนิยมเรียกกันว่า วงศ์กล้วยไม้ (Family Orchidaceae)

พืชในวงศ์กล้วยไม้นี้แบ่งออกไปเป็นประมาณ 650 สกุล เฉพาะที่นิยมนำมาปลูกเลี้ยงกันก็มีมากกว่า 100 สกุล  สำหรับสกุลที่นิยมปลูกเลี้ยงกันในประเทศไทยมีดังนี้

สกุลกุหลาบ                    Aerides

สกุลแมลงปอ             Arachnis

สกุลเข็ม                  Ascocentrum

สกุลคัทลียา               Cattleya

สกุลซิมบิเดียม           Cymbidium

สกุลหวาย                Dendrobium

สกุลม้าวิ่ง                 Doritis

สกุลออนซิเดียม          Oncidium

สกุลรองเท้านารี          Paphiopedilum

สกุลฟาเลนอปซิส        Phalaenopsis

สกุลเรแนนเธอรา        Renanthera

สกุลช้าง                  Rhynchostylis

สกุลแวนดา               Vanda

สกุลแวนดอปซิส         Vandojpsis

ในแต่ละสกุลที่กล่าวมานี้ก็แบ่งย่อยออกเป็นชนิด (species) ตัวอย่างเช่น สกุลเข็ม ที่พบในประเทศไทยและมีความสวยงาม มี 3 ชนิด คือ

เข็มม่วง (Ascocentrum ampullaceum)

เข็มแดง (Ascocentrum curvifolium)

เข็มแสด (Ascocentrum miniatum)

ขอยกตัวอย่างอีกสกุลหนึ่ง คือ สกุลแวนดา ในประเทศไทย พบหลายชนิดที่น่าสนใจมี ฟ้ามุ่ย (Vanda coerulea) เอื้องโมก (Vanda teres) สามปอย (Vanda denisoniana) (แยกตามสีเป็นสามปอยดง สามปอยขุนตาน และสามปอยหลวง แต่ถือว่าเป็นชนิด-species เดียวกัน) สามปอยนก (Vanda bensoni) สามปอยชมพู (Vanda brunnea) เป็นต้น โปรดสังเกตการเขียนชื่อ พฤกษศาสตร์ กล้วยไม้ ซึ่งใช้หลักเดียวกันกับการเขียนชื่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ คือ นำหน้า ด้วย ชื่อสกุลและตามด้วย ชื่อชนิด ชื่อสกุลเขียนชื่อขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ ชื่อชนิด เขียนขึ้นต้นด้วยอักษาตัวเล็ก เพื่อให้ง่ายแก่การสังเกต ถ้าเรียงพิมพ์กำหนดใช้ตัวเอน ถ้าเขียนให้ขีดเส้นใต้ ที่กล่าวมานี้เป็นกฎเกณฑ์สำหรับ กล้วยไม้ชนิดแท้ ส่วนกล้วยไม้ ลูกผสม ไม่มีชื่อชนิด (specific name) แต่จะมีชื่อลูกผสม (grex name) มาแทน และให้เขียนขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ เช่นเดียวกับชื่อสกุล และไม่ต้องขีดเส้นใต้ หรือพิมพ์ด้วยตัวเอน เช่น

Vanda Rothschildiana (ลูกผสมระหว่าง Vanda sanderiana x Vanda coerulea)

Vanda Rose Davis (ลูกผสมระหว่าง Vanda Rothschildiana x Vanda coerulea)

Ascocentrum Sagarik Gold-เข็มสาคริก(ลูกผสมระหว่าง ascocentrum miniatum เข็มแสด x Ascocentrum curvifolium-เข็มแดง)

การเขียนชื่อพ่อแม่ให้เขียนชื่อแม่(ต้นที่ถือฝัก) ไว้หน้า ตามท้ายด้วยชื่อพ่อ (ต้นที่เอาก้อนเรณูมาผสม) กฎเกณฑ์ข้อนี้ไม่สู้เคร่งครัดนักในทางปฏิบัติ  แต่เมื่อทราบกฎแล้วก็ควรจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

ในการตั้งชื่อกล้วยไม้ลูกผสมนั้น มิใช่ว่าจะตั้งกันขึ้นได้ลอย ๆ จำเป็นจะต้องขอจดทะเบียนชื่ไปที่ราชสมาคมพืชกรรม ณ ประเทศอังกฤษ(THE ROYAL HORTICULTURAL SOCIETY Vencent Spuare, London, SWIP 2PE ENGLAND) ซึ่งวงการกล้วยไม้สากล ให้เป็นสถาบันในการจดทะเบียนตั้งชื่อกล้วยไม้ลูกผสมทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย อาจขอให้สมาคมกล้วยไม้แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ช่วยส่งไปจดทะเบียนให้ได้ กล้วยไม้ที่จะขอจดทะเบียนตั้งชื่อนั้นจะต้อง

-รู้จักชื่อพื่อ แม่ที่แน่นอน

-ถ้าพ่อหรือแม่หรือทั้ง 2 ฝ่ายเป็นพันธุ์ ผสมจะต้องมีชื่อที่จดทะเบียนแล้วจึงจะขอจดทะเบียนชื่อลูกได้

-จะต้องเป็นคู่ผสมที่ไม่มีใครขอจดทะเบียนมาก่อน สมมุติว่ามีผู้เอากล้วยไม้ ก. ผสมกับ ข. ได้ขอจดทะเบียนตั้งชื่อเอาไว้แล้วว่า “ทีวี” ถ้าเราเอา ก. ผสม ข. อีก ลูกที่ได้ก็ต้องชื่อ “ทีวี” จะขอจดทะเบียนซ้ำอีกไม่ได้ ลูกผสมในสกุลเดียวกัน จะตั้งชื่อซ้ำกันไม่ได้ เช่น กxข จดทะเบียนว่า “ทีวี” เราเอา กxง จะขอจดทะเบียนว่า “ทีวี” ซ้ำอีกไม่ได้ เว้นแต่ ง. จะเป็นสกุลที่แตกต่างไปจาก ข.

-กล้วยไม้จะขอจดทะเบียนตั้งชื่อได้ ต่อเมื่อปลูกเลี้ยงไว้จนออกดอกแล้ว ผู้ผสมพันธุ์เป็นผู้ขอจดทะเบียน ถ้าผู้อื่นขอจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ผสมพันธุ์ก่อน

จากที่กล่าวมานี้ก็พอจะมองเห็นได้ถึงความพิถีพิถัน ในเรื่องของชื่อกล้วยไม้ยิ่งกว่าการตั้งชื่อคนเสียอีก เพราะฉะนั้นการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้จะสับเพร่าในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ไม่ได้ คือ

1.  เวลาผสมกล้วยไม้ต้องจดชื่อ พ่อ แม่ ให้ถูกต้องอย่าให้ผิดพลาดได้ อาจเป็นไปได้ที่ดอกที่เราผสมนั้นถูกแมลงมาช่วยผสมเกสรไว้ก่อนแล้ว หรือดอกที่ผสมร่วงหลุดไปแต่มีดอกอื่น ๆ ในช่อเดียวกันติดฝักขึ้นมาเพราะแมลง อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝักที่มือตนเองผสม เทคนิคการผูกป้ายที่ดอกผสมจึงนับว่าสำคัญมาก

2.  กล้วยไม้ในขวดเพาะ  ในกระถางหมู่และกระถางเจี๊ยบ จะต้องมีป้ายชื่อกำกับไว้เสมอ

3.  กล้วยไม้ในกระถางนอกจากติดป้ายชื่อแล้ว ควรเขียนชื่อหรือรหัสที่กระถางด้วย เพราะมักปรากฎบ่อย ๆ ที่ติดเฉพาะป้าย เมื่ออยากรู้ชื่อ หยิบป้ายขึ้นมาดูเสร็จแล้วก็ปักลงไปใหม่ แต่ไม่ได้ปักลงในกระถางเดิม ทำให้ชื่อสับสนกันได้

ความผิดพลาดในเรื่องชื่อต้นไม้นี้จะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม อาจทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้ง่าย  ทำให้ถูกเข้าใจว่าเป็นคนหลอกลวง หรืออะไรทำนองนั้น และด้วยเหตุนี้เองการซื้อขายต้นกล้วยไม้กัน จึงมิได้จบลงแค่ว่า พ่อ-แม่ มีดอกสวยถูกใจเท่านั้น  ยังต้องอาศัยความรู้จักคุ้นเคยผู้ขายด้วย หากไม่ถึงกับคุ้นเคยก็ขอให้รู้จักที่จะตามไปต่อว่าภายหลังก็ยังดี เมื่อมองกันในแง่นี้แล้วก็ไม่น่าประหลาดใจอะไร ที่กล้วยไม้ชื่อเดียวกัน ขนาดเท่ากัน สมมุติว่าอยู่ในกระถางหมู่เหมือน ๆ กัน เจ้าหนึ่งขายกระถางละ 50-60 บาท แต่อีกเจ้าหนึ่ง ขาย 150-200 บาท ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความเชื่อถือเป็นสำคัญด้วยข้อหนึ่ง

อย่างไรก็ตามคนที่มองแต่เรื่องเฉพาะหน่า เมื่อเห็นต้นไม้อะไรซื้อง่ายขายคล่องก็เที่ยวเสาะหามาขาย ถ้าหาไม่ได้ หรือเกิดขาดตลาดก็เอากล้วยไม้อย่างอื่นมาติดชื่อต้นไม้ที่ตลาดกำลังนิยมขายออกไป วิธีการเช่นนี้ ผู้ซื้อแม้จะได้ของถูกก็เหมือนของแพง เพราะไม่ได้ซื้อกล้วยไม้ แต่กลายเป็นซื้อป้ายติดต้นไม้ ซึ่งกว่าจะทราบก็ต้องรอจนกว่าจะออกดอก เงินนะไม่เสียดาย แต่เจ็บใจที่ถูกหลอก ดีไม่ดีพาลเกลียดกล้วยไม้ไปเลย นักกล้วยไม้ทุกคนคงจะต้องยอมรับเป็นหน้าที่ที่จะช่วยกันสอดส่องดูแล และระงับยับยั้งอย่าให้พฤติการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้



Comments are closed.

This entry was posted on October 2, 2012 and is filed under การปลูกกล้วยไม้. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.