จุดมุ่งหมายการออกแบบสวนสาธารณะ

ออกแบบให้ทุกอย่างมีจุดมุ่งหมาย (Everything must have a Purpose)

ภายในสวนสาธารณะ หรือที่พักผ่อนหย่อนใจ จะมีบริเวณที่ประชาชนนิยมเข้าไปใช้อยู่หลายแห่งด้วยกัน ทั้งที่เงียบสงบ วุ่นวาย หรือสนุกสนานตื่นเต้น สถานที่แต่ละแห่งนั้นมีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งจุดประสงค์อันแท้จริงแห่งสถานที่นั้น ๆ จุดประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายในการเสนอ ต่อประชาชนนี้ เป็นผลมาจากการออกแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการอย่างแท้จริง การพิจารณาเริ่มแรกในการออกแบบควรวิเคราะห์พื้นที่ที่จะทำเป็นสวนสาธารณะนั้นควรทำความเข้าใจเสียก่อนว่า สภาพพื้นที่เป็นอย่างไร และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่จะจัดให้มีขึ้นมีอะไรบ้าง เพื่อจัดแบงให้เป็นหมวดหมู่ เช่น

ลักษณะตามธรรมชาติ : พรรณไม้ น้ำ พื้นที่

พื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ : สนามกีฬาต่าง ๆ ที่จอดรถ ถนน ทางเท้า ฯลฯ

สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ : อาคาร ศาลา เขื่อน ห้องสุขา ฯลฯ

โครงสร้างอื่น ๆ : ทางระบายนํ้า ไฟฟ้า รั้ว ป้ายบอกชื่อสถานที่ ฯลฯ

1.1 สวนสาธารณะเป็นที่รวมของสิ่งต่าง ๆ

สวนสาธารณะประกอบด้วยจุดที่สำคัญหลาย ๆ จุด ซึ่งแต่ละจุดต่างก็มีจุดประสงค์เพียงอันเดียว แต่ทุกจุดต้องเกี่ยวเนื่องกันและอาศัยกันและกันอยู่ เช่น (รูป 1.2) จาก A-F

A. เวทีการแสดงกลางแจ้ง (Amphitheater) โดยทั่วไปแล้วต้องวางในตำแหน่งที่แสงอาทิตย์จะไม่ส่องตาผู้ดูทั้งหลาย

B. อยู่ใกล้กับที่จอดรถ

C. แสดงให้เห็นถึงถนนจากที่จอดรถไปยังถนนใหญ่

D. ที่จอดรถอาจใช้ร่วมกับที่จอดเรือ แต่เนื่องจากที่จอดเรือมีเสียงรบกวน จึงต้องกำจัดเสียงก่อนที่จะไปถึง amphitheater โดยใช้ไม้พุ่มกั้น

1.2 ตำแหน่งของแต่ละชุดภายในสวนสาธารณะมีผลต่อกัน

E. ถนนที่เข้าผ่าน amphitheater และที่จอดเรือ ต้องไม่อยู่ในตำแหน่งใกล้กับทางข้ามเข้าสนามเด็กเล่น

F. ในทางตรงกันข้าม เสียง กลิ่น และสภาพแวดล้อมจากรอบ ๆ ด้าน ต้องไม่เป็นสาเหตุให้ความสนุกในการชมการแสดง หรือแล่นเรือน้อยลง

1.1 ความสัมพันธ์ระหว่างสวนสาธารณะและสิ่งแวดล้อม (Park to

Surroundings)

มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะเน้นการออกแบบภายในบริเวณของ Park ให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น การจัดสวนสาธารณะบนเนินเขาไม่เป็นสาเหตุให้นํ้าท่วมบริเวณหุบเขาข้างล่าง ไม่เป็นสาเหตุให้รถติดสถานที่เล่นเกมส์ต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมโดยที่ลูกฟุตบอลล์จะไม่ลอยเข้าหลังบ้านใคร

ในขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งจำเป็นที่สำหรับสวนสาธารณะ สถานที่เหมาะ ๆ ปราศจากเชื้อโรค เพื่อทำเป็นที่ปิคนิค มีรั้วรอบด้านที่สวยพอ สงบและมีประโยชน์

นักออกแบบที่ดีต้องสำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ สวนสาธารณะเพื่อที่จะหาข้อมูลที่แท้จริงมาเป็นสิ่งกำหนดตำแหน่งของสถานที่ต่าง ๆ ในสวนสาธารณะ และต้องพยายามทำให้สวนสาธารณะเป็นสถานที่ดีที่สุดในพื้นที่นั้น ๆ อีกทั้งไม่เป็นสาเหตุให้การใช้สถานที่รอบ ๆ สวนสาธารณะลด น้อยลง

1.2 ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งของพื้นที่ที่ใช้กับสภาพพื้นที่เดิม (Use areas to Site)

พื้นที่จะต้องไม่สูญเปล่า ดังนั้นทุก ๆ มุมของเนื้อที่ควรถูกใช้ทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องเป็นการใช้ในแง่ใด เราอาจปลูกไม้พุ่ม หรือเอาไว้เป็นที่นั่งเล่นเพื่อดูวิวสวย ๆ บางครั้งก็จำเป็นต้องคงไว้สภาพเดิมเพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติที่สำคัญ เช่น ชีวิตป่า และพันธุ์ใม้ที่ช่วยไม่ให้น้ำท่วม หรือสถานที่ทางโบราณคดี

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการใช้แบบไหนก็แล้วแต่ การสร้างสถานที่ต่าง ๆ จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและเข้ากันได้กับประโยชน์ใช้สอย โดยคิดถึงความลาดชันของพื้นที่ด้วย เช่น (รูป 1.3)

1.3 พื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ในแต่ละแห่งต้องการความลาดเอียงในระดับต่างกัน

สนามเทนนิสจะใช้ไม่ได้ถ้าไม่อยู่บนพื้นที่ราบ ส่วนการเล่นสเก็ต ล้อเลื่อน ต้องใช้ที่ลาดเอียง ในขณะเดียวกัน เทนนิส และล้อเลื่อนก็ใช้ไม่ได้ในพื้นที่ต่างระดับ

การใช้พื้นที่นอกจากมีข้อจำกัดในเรื่องระดับแล้ว ยังมีตัวกำหนดอื่น ๆ อีกเช่น ดิน (แข็ง, นุ่ม, ทราย) สำหรับการปลูกพืขพันธุ์ การใช้น้ำ การขนส่ง แสงแดด และลม (รูป 1.4)

1.4 ผลของการวางตำแหน่งไม่ถูกต้อง และไม่เข้ากับลักษณะพื้นที่นั้นๆ

การใช้สถานที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมเข้ากันไม่ได้ เช่น สถานที่ปิคนิคอยู่กลางทุ่งทีร้อน ระอุเนื่องจากแสงอาทิตย์ ต้นไม้ถูกตัดเพื่อทำเป็นที่จอดรถ อาคารถูกสร้างบนพื้นที่นุ่ม ทางเดินอยู่บนที่ที่แข็งมั่นคง Amphitheater ถูกสร้างในหุบเขาลมแรง ถนนอยู่ในตำแหน่งที่หน้าฝนนํ้าไหลลงมาท่วมขัง หรือสนามฟุตบอลล์อยู่บนเลน

1.3 ความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์ (Use areas to Use Areas)

ก่อนที่จะกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ ของสถานที่จะต้องแบ่งประเภทของการกระทำออกเป็นกลุ่ม ๆ ก่อนให้แต่ละกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอยู่รวมกัน (รูป 1.5) เช่น พายเรือ เดินเล่น และนั่งเล่น มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ส่วนสนามเทนนิส บาสเก็ตบอลล์ และแฮนด์บอลล์นั้น จัดอยู่ในกลุ่มเดียวเพราะส่งเสียงดัง และต้องออกกำลังมาก

ส่วนการดูแลรักษาจำเป็นโดยจัดสถานที่ให้สำหรับเก็บเครื่องมือบำรุงรักษาต้นไม้ และอุปกรณ์ซ่อมแซมต่าง ๆ ให้อยู่ในบริเวณที่ใกล้กับสถานที่ที่จะใช้

การเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ทั้งหลายในแต่ละจุดนั้น จำเป็นต้องแยกออกจากกันโดยเด็ดขาดถ้าเข้ากันไม่ได้ แต่บางครั้งก็จำเป็นต้องให้อยู่ใกล้กัน เช่น สนามหญ้า ไม่เหมาะกับที่ปิคนิค เพราะอาจทำให้สนามหญ้าเลอะเทอะ แต่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน เพราะสนามหญ้าจะช่วยให้

1.5 การจัดกลุ่มการกระทำที่เหมือนกันให้อยู่ใกล้กัน และแยกกลุ่มส่วนที่ต่างกัน

บรรยากาศบริเวณปิคนิคสวยงามและสดชื่นขึ้น

ที่จอดรถทำให้มีเสียงดังรบกวนการแสดงคอนเสิร์ต แต่ก็ต้องอยู่ใกล้กันเพราะความสะดวก

สนามเด็กเล่นสำหรับเด็กไม่ควรรวมกับผู้ใหญ่ แต่ก็จำเป็นต้องให้อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ที่จะดูแลเด็ก ๆ ได้ ก็อาจใช้ไม้พุ่มตาเป็นฉากกั้น หลังจากที่ได้พิจารณาถึงความสัมพันธ์ ระหว่างสิ่งต่าง ๆ แล้ว ต้องตัดสินใจว่าจะวางแต่ละอย่างลงตำแหน่งไหนของพื้นที่ทั้งหมดเพื่อความเหมาะสม เช่น สำหรับสถานที่ปิคนิค มีการระบายน้ำดี มีต้นไม้ให้ร่มเงา ดินที่มั่นคงพอสมควร สำหรับที่จอดรถ (รูป 1.6)

1.6 ให้แนวความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน

1.4 ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งก่อสร้างและพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์อื่น ๆ (Major Structure to use areas)

ก่อนที่จะวางผังสร้างอาคารต่าง ๆ ต้องคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวอาคารและพื้นที่รอบ ๆ เช่น ให้การเข้าออกห้องต่าง ๆ และพื้นที่นอกห้องสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ว่าทางเข้าโรงยิมต้องเดินผ่านกลางสนามฟุตบอลล์ หรือเด็ก ๆ จะไปยังสนามเด็กเล่นโดยไม่ต้องผ่านบริเวณที่จอดรถ

1.5 ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งก่อสร้างต่างๆ (Minor Structure to Minor Structure)

สวนสาธารณะมีพื้นที่หลาย ๆ แห่งที่ต่อเนื่องกันและยุ่งยาก ทำให้ต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ต่อกันด้วย เช่น มารดาต้องเดินไปซื้อไอศรีมมาให้ลูกเป็นระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร ถังขยะอยู่ในที่เหมาะสมหรือไม่ ไม่ใช่ว่าคนต้องทิ้งเศษกระดาษบนเกาอี้นั่ง รอให้ลมพัดไปเกลื่อนสวนสาธารณะ

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ เป็นจุดมุ่งหมายอันหนึ่งในการออกแบบ ทำให้ทราบว่าทุก ๆ จุดของการออกแบบต้องทำขึ้นเพื่อเหตุผลที่เป็นไปได้และเหมาะสม และสิ่งหนึ่งที่นักออกแบบต้องถามตัวเองอยู่เสมอว่าทำไม และอะไรคือจุดมุ่งหมายของเรา? และพยายามหาคำตอบออกมาในรูปการออกแบบ



,

Comments are closed.

This entry was posted on July 4, 2012 and is filed under จัดสวนพักผ่อนหย่อนใจ. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.