ความหมายของสวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

ความสนใจของมนุษย์ในเรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจมีอยู่หลายรูปแบบ และเกี่ยวเนื่องกับสิ่งต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง หรือแม้ว่าจะเป็นเพียงการสนใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะตลอดอายุขัยของบุคคลนั้นก็ตาม เริ่มจากการเล่นตุ๊กตาในวัยเด็กและเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เมื่อเติบโตขึ้น เช่น ตกปลา ร้องเพลง เต้นรำ ซึ่งลักษณะการพักผ่อนหย่อนใจนั้น เป็นสิ่งเฉพาะของแต่ละบุคคลไม่มีขีดจำกัด และการพักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนหนึ่งอาจจะเป็นงานที่ต้องทำสำหรับอีกคนหนึ่งก็ได้ เช่น การต่อเรือเล่น ซึ่งบางครั้งการกระทำอย่างเดียว กันแต่ต่างเวลากันความหมายก็เปลี่ยนไป เช่น ขณะนี้อยากจะร้องเพลง การร้องเพลงก็ถือเป็นการพักผ่อน แต่ต่อมาไม่ต้องการร้องเพลง การร้องเพลงสำหรับคนนั้น ในขณะนี้ก็จะไม่เป็นการพักผ่อนอีกต่อไป การพักผ่อนหย่อนใจมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับอายุ ความสนใจ และความต้องการของแต่ละบุคคล อาจจะเป็นรูปเฉพาะบุคคล หรือรวมกลุ่ม บางครั้งก็ใช้กำลังมาก บางครั้งก็เงียบสงบรวมทั้งการนั่ง และการเฝ้าดูคนอื่นเล่นเกมส์ ต่าง ๆ ด้วย

เด็กเล่นในบ่อทราย เด็กผู้หญิงเล่นบ้านตุ๊กตา หาผีเสื้อ เด็กชายทำเครื่องบินจำลอง ว่ายน้ำ หรือหนุ่มสาวพายเรือเล่น ปีนเขา เดินป่า เต้นรำ ฟังเพลงที่บ้านหรืออ่านหนังสือ สิ่งเหล่านี้ นับเป็นตัวอย่างในการพักผ่อนหย่อนใจ

การพักผ่อนหย่อนใจบางครั้งก็เป็นการขัดแย้งกันในการทำงาน และเป็นความจริงที่ว่า น้อยคนที่จะคิดว่าการทำงานของตนเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น ศิลปินบางคนถือว่าการทำงานของตนเป็นรูปหนึ่งของการพักผ่อนหย่อนใจก็ได้ อย่างไรก็ตามการพักผ่อนหย่อนใจ จะเป็นช่วงเวลาพักผ่อนสำหรับ บุคคลที่มีโอกาสหาได้ในขณะที่ได้พักจากการงานประจำ การพักผ่อนหย่อนใจและการเล่น อาจมีความหมายที่คล้ายคลึงกัน แต่คำว่าการพักผ่อนหย่อนใจ มีความหมายกว้างขวางกว่า และกว้างพอที่จะรวม คำว่า “เล่น” เข้ามาอยู่ ในความหมายของการพักผ่อนหย่อนใจด้วย

การแบ่งลักษณะและรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจ

ลักษณะของการพักผ่อนหย่อนใจขึ้นอยู่กับความพอใจเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ที่จะเลือกทำ โดยไม่คำนึงถึงการชักจูง แต่เกิดจากความต้องการภายในของบุคคลนั้น ๆ โดยถือว่าการกระทำ ใด ๆ ที่ให้ความพึงพอใจโดยตรงแก่บุคคลนั้น โดยให้ผลในการแสดงออก ได้รับความสนับสนุน พักผ่อนและมีความสุข การกระทำจะให้ความพึงพอใจโดยตรงและได้ผลอย่างรวดเร็วเฉพาะคน เช่น เด็กชายวัย 14 ขวบ ชอบการเล่นฟุตบอล เพราะตื่นเต้นดี และให้ความสนุกสนานในการเล่น เป็นความจริงที่ว่าแต่ละคนได้รับความพึงพอใจ จากการกระทำเฉพาะชนิด จึงทำให้เกิดรูปแบบของการกระทำนั้น ๆ เพื่อเป็นแหล่งของการพักผ่อนหย่อนใจของบุคคลเหล่านั้นในธรรมชาติที่ต่างกัน ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ชอบที่จะพักผ่อนในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นจึงได้พิจารณาให้ออกมาเป็นรูปแบบของพักผ่อนโดยเน้นไปทางลักษณะที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ แสดงออกได้ถึงนํ้าใจเป็นนักกีฬา และทำให้เกิดความพึงพอใจ สนุกสนาน มีชีวิตอย่างมีความสุขและอุดมสมบูรณ์

การพักผ่อนหย่อนใจที่แท้จริงเน้นเรื่องการกระทำในสิ่งต่าง ๆ มากกว่าจะคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งความจริงนี้แตกต่างกับลักษณะของการงานทั่ว ๆ ไป ที่ต้องหวังผลที่ดีเสมอ

ลักษณะและรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจนั้น ประกอบขึ้นจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

1. ความสนุกสนาน (The Joy of Creation)

คุณค่าของการพักผ่อนหย่อนใจของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการแสดงออกต่อสิ่งนั้น ๆ และนำประสบการณ์มาให้แต่ละบุคคล ความพึงพอใจที่ได้รับในระหว่างการพักผ่อนหย่อนใจนั้นก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ มิตรภาพ การผจญภัย ความรู้สึกถึงการยอมรับ และความสนุกสนานใน การออกกำลังกาย พร้อมทั้งมีอารมณ์ที่ต่อเนื่องในการใช้กำลังใจ คิดถึงความงาม และโอกาสสำหรับการบริการต่อผู้อื่นด้วย ความพึงพอใจของบุคคลทำให้เกิดรูปแบบต่าง ๆ ในการพักผ่อน เช่น การเล่นเป็นกลุ่มจะช่วยเชื่อมพันธ์ระหว่างการเล่นหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ส่วนการเล่นเฉพาะตัวทำให้เกิดการสร้างสรรค์ การยอมรับ ความงาม สัมพันธไมตรีและการพักผ่อน

ความปรารถนาในการแสดงออกไม่ว่าจะเป็นการฝีมือหรือศิลป ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างกันออก ไป โดยไม่คำนึงถึงผู้ทำว่าอายุเท่าไร เพศอะไร การศึกษา อาชีพและความชำนาญเป็นอย่างไร จะสามารถหาทางออกได้เสมอโดยใช้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม วัสดุที่ใช้ก็ไม่จำกัดอาจเป็น ไม้ ดินเหนียว หนัง เหล็ก ดินน้ำมัน ผ้าหรือกระดาษก็ได้ ความต้องการในการสร้างสรรค์ช่วยรวมคนต่างวัยเข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนชรา เช่นรวมกันในสมาคมถ่ายภาพ การพักผ่อนหย่อนใจบางอย่างก็น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นมากกว่าสิ่งอื่น ๆ ในที่นั้น เช่น การทำหุ่นจำลองเครื่องบิน หรืออยู่ในกลุ่มเย็บปักถักร้อยและออกแบบ การจัดสวนหรือทอผ้า ส่วนเด็กอาจจะสนใจการทำบ้านจากดินเหนียวหรือปั้นรูปสัตว์ต่าง ๆ บางกลุ่มได้รับการเพลิดเพลินจากการแต่งเพลง เขียนโคลงกลอนและบทละคร ในความเป็นจริงแล้วเพียงแต่ให้มีจิตใจที่ชอบในการกระทำนั้นๆ เท่านั้น ไม่ว่าจะใหญ่ เล็ก มีประสบการณ์หรือไม่ก็ตาม

2. สมาชิก (Fellowship)

รูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจนั้นต้องการสมาชิกเพื่อการรวมกลุ่มในการดำเนินงานต่าง ๆ ทุกด้าน การพักผ่อนส่วนใหญ่จะพิจารณาถึงการรวมกลุ่ม เช่นการจัดงานรื่นเริง การเต้นรำ การรับประทานอาหารและอื่น ๆ เช่น จัดงานวันเกิด วันหยุดหรือขายของ สมาชิกจะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ และเป็นสมาชิกในการเล่นเกมส์ การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ การร้องเพลงประสานเสียง และสโมสรอื่น ๆ นับเป็นพื้นฐานที่เป็นจริงและเป็นธรรมดาที่ยอมรับกันทั่วไป การพายเรือ ไต่เขา แคมป์ไฟ และการกระทำอื่น ๆ ก็จะสนุกยิ่งขึ้นเมื่อกระทำเป็นกลุ่มกับผู้ที่สนใจในทำนองเดียวกัน

การดำเนินการทางด้านนี้จะประสพผลสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการวางแผนให้มีการรวบกลุ่มและแสดงออกทางด้านสังคมร่วมกันและเป็นที่สนใจแกสมาชิกทุกคน

3. การผจญภัย (Adventure)

มนุษย์จะชื่นชมและกระตือรือล้นในประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ตื่นเต้น รวมทั้งการผจญภัยและการท่องเที่ยวไป เช่นการแล่นเรือ แคมป์ไฟ ปีนเขา เป็นต้น ดังนั้นจึงควรมีการวางแผน ให้เป็นที่น่าสนใจ ประหลาดใจ และผจญภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวางแปลนที่เกี่ยวกับการเล่นของเด็ก ๆ โปรแกรมที่จัดเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจที่คงที่ไปเรื่อย ๆ สม่ำเสมอทุกวัน และไม่เกี่ยวเนื่องกับ ความสนใจของเด็กทั้งชายและหญิง จะไมประสพผลสำเร็จแต่อย่างใด สนามเด็กเล่นที่ไม่น่าสนใจ ไม่สวยงาม จะไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากเด็ก ๆ ได้เลย เพราะขาดความตื่นเต้นในการผจญภัย

4. ความสำเร็จ (Sense of Achievement)

ส่วนใหญ่แล้วมนุษย์ทุกคนจะพยายามแสวงหาสถานที่หนึ่งที่เขาสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกในการประสพผลสำเร็จของตนเองเสมอ เพราะความรู้สึกเหล่านี้ อาจจะหาไม่ได้ในการทำงานประจำวัน ดังนั้นจึงออกมาในรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจแทน และจะได้รับผลสำเร็จ ในหลายรูปแบบ เพียงแต่สามารถหาสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมกับตนเองได้ ส่วนใหญ่แล้วจะเกียวเนื่องกับการแข่งขันต่าง ๆ ทางด้านการกีฬา และการเล่นอย่างอื่น ๆ เพียงแต่ว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นซึ่งได้รับผลสำเร็จอย่างมากหรือเด่นดังมากที่สุดแต่ทุก ๆ คนที่ร่วมด้วยก็จะได้รับความพึงพอใจในการเพิ่มประสบการณ์ของตนเอง

ความก้าวหน้าและการหวังผลในการประสพผลสำเร็จ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเล่นเกมส์ต่าง ๆ น่าสนใจ เช่นเด็กชายคนหนึ่งเป็นนักกีฬาในโรงเรียน ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อการแข่งขัน แต่เด็กคนนี้มีปัญหาทางด้านดนตรี เต้นรำ แต่ประสพผลสำเร็จในการรวบรวมสิ่งของ พืช สัตว์ตามธรรมชาติ และเป็นหัวหน้าทีมในการบริการต่าง ๆ

5.  การใช้พลังใจ (Use of Mental Powers)

การรวบรวมพลังใจมีความจำเป็นในการทำงาน การออกกำลังกายและการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น การแล่นเรือนั้นเน้นว่าผู้เล่นจะต้องศึกษาเกี่ยวกับเรือและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วนและเข้าใจ นอกจากนั้นก็ควรทราบถึงเรื่องลม คลื่น การใช้ตารางและอากาศ ดังนั้นเขาจึงถูกกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอในการศึกษาสถานการณ์ต่าง ๆ โดยตลอด นักแสดงไม่เพียงแต่ศึกษา เฉพาะบทของตัวเองเท่านั้นแต่ต้องทราบถึงบุคลิกของตัวละครด้วย นักรวบรวมก็ต้องเกี่ยวเนื่องกับการอ่านและการวิจัย นักดนตรีก็ตองมีความขยันและเฉลียวฉลาด รวมทั้งเกมส์ต่าง ๆ ต้องการความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และพลังใจที่ตื่นตัวอยู่เสมอ

มีการพักผ่อนหย่อนใจหลายอย่างที่ดูเหมือนว่าขาดการใช้พลังใจและพลังงานอย่างมาก เช่น การอ่านหนังสือ การสนทนากันในหัวข้อที่น่าสนใจ ฟังรายการวิทยุ ซึ่งการพักผ่อนเหล่านี้ เป็นที่นิยมมาก ความเป็นจริงแล้ว ก็มีพลังใจแฝงอยู่ แต่ไม่แสดงออกมากเท่ากับการพักผ่อนอย่างอื่นที่ต้องแข่งขันกัน ทำให้ต้องใช้พลังอย่างสูงในการฝึกฝนและอดทน

6. ความรู้สึก (Emotional Experience)

ความรู้สสึกที่มีต่อการเล่นต่าง ๆ นั้นเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดลักษณะของการพักผ่อนหย่อนใจและเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง นอกจากว่าการเล่นนั้น ๆ จะมีเหตุจูงใจเฉพาะเป็นการส่วนตัวของแต่ละบุคคล ความรู้สึกพึงพอใจเป็นพื้นฐานของการพักผ่อนหย่อนใจในหลาย ๆ รูปแบบแตกต่างกันออกไปตามแต่ความสามารถของมนุษย์แต่ละคน บางคนชอบสมาคมเป็นกลุ่มและหมู่เหล่า บางคนชอบอิสระ มีการแสดงออกเฉพาะตัว

ความตื่นเต้นในการไต่เขาและชมการต่อสู้เพื่อชิงแชมป์ ความอยากรู้อยากเห็นของผู้อ่านเมื่อกำลังจะทราบถึงความลึกลับและเหตุผลในการสืบสวน เรื่องฆาตกรรม เป็นต้น ล้วนเป็นตัวอย่างของความรู้สึกในการพักผ่อนหย่อนใจทั้งสิ้น ความรู้สึกพึงพอใจสามารถแบ่งปันให้ผู้อื่นที่ชอบในสิ่งที่คล้ายคลึงกันได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปในรูปลักษณะแตกต่างและรุนแรงกว่า ความรูสึกตื่นเต้นในการชมการแข่งรถของผู้ชมบนอัฒจรรย์ก็คงมีพอ ๆ กับผู้ขับ การเล่นดนตรีก็ได้รับความชื่นชมทั้งผู้เล่นและผู้ฟัง แม้แต่ความรู้สึกของผู้แสดงที่แสดงละครได้แสดงออก ผู้ดูก็สามารถทราบได้และร่วมได้ ความรู้สึกที่แสดงออกในภาพยนตร์ เวทีที่เต้นรำ เรื่องเพศ และการผจญภัยที่หนังสือต่าง ๆ ได้บรรยายถึงสามารถทำให้ผู้อ่านรู้สึกได้เช่นกัน

ส่วนหนึ่งของการรู้สึกพักผ่อนต่าง ๆ อาจถูกแนะนำโดยองค์การต่าง ๆ การประกวดแข่งขัน หรือการแสดงออกในที่สาธารณะ ความรู้สึกออกมาในรูปของการสังสรรค์ การปิคนิคตามชายทะเล การแล่นเรือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนหย่อนใจ

7. ความงดงาม (Enjoyment of Beauty)

ความรู้สึกชอบในความงามนับเป็นรากฐานหลาย ๆ แบบของการพักผ่อนหย่อนใจ นับว่าใกล้เคียงกับความต้องการในการสร้างสรรค์ นับเป็นความต้องการในการหาถึงจุดสูงสุดในรูปแบบของความงาม ความงามในการจัดสวน ฉาก และทิวทัศน์ของสิ่งที่ใหญ่โตสง่างาม งานทางด้านศิลป บทกวีการออกแบบเวทีการแสดง งานทางด้านสถาปัตยกรรมที่เด่น สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในสื่อของความเข้าใจ ซึ่งมนุษย์เรียกหาความงามและความอิ่มใจ แต่ความงามก็ไม่ได้หมายถึงอำนาจในการจัดการจัดสิ่งต่าง ๆ แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีความงดงามทางด้านอื่น ๆ เช่นความสง่างาม จังหวะของนักกีฬา นักเต้นรำ หรีอนักเล่นสเก็ต ความงดงามอย่างละเอียดที่ผ่านไปในดนตรี การเรียงความและบทกวีก็เป็นความงามเช่นกัน ความสามารถของบุคคลในการดัด แปลง เส้น รูปร่าง สี และผิวสัมผัส จนให้ความพึงพอใจแกบุคคลทั่วไป ในการเที่ยวชมสวนสาธารณะหรือวนอุทยานนั้น ทุกคนต้องการชมความงามของสถานที่ ความสนุกสนานและความงามของธรรมชาติไปด้วย ซึ่งความงามเหล่านี้อาจจะเคยพบเห็นทั่วไปหรือแตกต่างจากที่เคยพบมาก็ได้ ความพึงพอใจและความรู้สึกในความงดงามนี้ เป็นรากฐานสำคัญในการทำพิพิธภัณฑ์ทาง ด้านศิลปและสวนรวบรวมพันธุ์ไม้ (Botanic Garden)

ความผิดหวังของสถานที่ต่าง ๆ ทางด้านการพักผ่อนหย่อนใจ เพราะพลาดในการสนองตอบความต้องการทางด้านความงามต่อผู้ชม จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมชมชอบ เช่นในภาพยนตร์ได้นำความพอใจและตื่นเต้นให้แก่ผู้ชมโดยนำฉากธรรมชาติที่งดงามมาก ๆ ฉากที่สง่าหรูหรา ดาราที่แต่งตัวดี อาคาร สวนและการตกแต่งภายในบ้านที่มีคุณค่าและหรูหรา รวมทั้งสิ่งอื่น ๆ ซึ่งความเป็นจริงในชีวิตของผู้ดูไม่สามารถหามาได้หรือมีได้อย่างนั้น

8. การช่วยเหลือ (Sense of Service)

การช่วยเหลือมักจะเกี่ยวเนื่องกับการเสียสละส่วนตัว หน้าที่และศีลธรรม ความรู้สึกบังคับ และกฎเกณฑ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นธรรมชาติอันหนึ่งในการพักผ่อนหย่อนใจ ความพึงพอใจในการช่วยเหลือเป็นส่วนหนึ่งในการพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากความสามารถและความกระตือรือล้นในการเล่นและการพักผ่อนแล้ว การเสียสละและช่วยเหลือก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับด้วย

การพักผ่อน การเล่นเกนส์ต่าง ๆ ต้องมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแนะนำการเล่น การให้ประสบการณ์และอื่น ๆ อีก

9. การพักผ่อน (Relaxation)

การพักผ่อนคือการที่มนุษย์ได้ใช้ชั่วโมงในการพักผ่อนร่างกาย สมองและจิตใจอย่างแท้จริง ซึ่งสามารถทำได้จากการแสดงออกในการพักผ่อนหย่อนใจที่ตนชื่นชอบ การพักผ่อนมีหลายรูปแบบและหลายกลุ่ม เช่น ฟังวิทยุ ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง ปีนเขา ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไปตามความพึงพอใจมากกว่าความสำคัญทางด้านร่างกาย

พื้นฐานและหลักการพักผ่อนหย่อนใจ

ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดสถานที่และจัดรายการเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนโดยทั่วไป ดังนั้นจึงควรทราบถึงพื้นฐานของมนุษย์โดยทั่วไป ก่อนที่จะออกแบบสิ่งต่าง ๆ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจดังนี้

1. เด็กทุกคนต้องการแสดงออกถึงความสามารถในการเล่น ในการเจริญ เติบโตในแต่ละวัย ซึ่งนำความพึงพอใจมาให้เขาเหล่านั้น เช่นการปีนป่าย การวิ่งไล่กัน การหกคะเมนตีลังกาหรือห้อยโหน การท่องเที่ยวไป การว่ายน้ำ การเต้นรำ การเล่นสเก็ต การเล่นฟุตบอลการร้องเพลงการเล่นดนตรีการเล่นละครการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองการสร้างและจำลองหุ่น การดูแลสัตว์ การทำสวน การค้นหาตัวอย่างเพื่อทำการทดลองอย่างง่าย ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ เรียนรู้ถึงการเล่นเป็นกลุ่ม การผจญภัย และการทำงานร่วมกับผู้อื่น

2. เด็กทุกคนต้องการที่จะค้นหาการกระทำใด ๆ หรือการเล่นเพื่อทำให้เกิดความพึงพอใจเฉพาะตัว ในการกระทำเหล่านี้ เขาควรจะได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนาความสามารถเฉพาะตัว การกระทำต่าง ๆ นั้นธรรมชาติจะเป็นสิ่งช่วยทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์

3. มนุษย์ทุกคนควรมีรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจของตนเองที่แน่นอน ซึ่งสามารถจัดให้เข้ากับเวลาว่างของตนเองได้

4. มนุษย์ทุกคนควรรู้ถึงการเล่นเกมส์ทั้งภายในและกลางแจ้งที่ตนเองชอบ ดังนั้นจึงสามารถตัดสินใจได้ถูกต้อง และไม่ลังเลว่าไม่ทราบว่าจะทำอะไรดีในโอกาสที่มีเวลาว่าง

5. มนุษย์ทุกคนควรสร้างนิสัยในการพบความสุขในการอ่าน

6. มนุษย์ส่วนใหญ่ควรรู้จักเพลงอย่างน้อย 2-3 เพลง และสามารถร้องได้เมื่อมีอารมณ์ต้องการ

7. มนุษย์ทุกคนควรได้รับการแนะนำในการเรียนรู้ เพื่อทำสิ่งต่าง ๆ ให้สวยงามขึ้น ทางด้านเส้น รูปร่าง สี ผิวสัมผัส หรือการใช้ร่างกายอย่างน้อยที่สุดก็ควรทราบถึงและเข้าถึงความงามที่ผู้อื่นทำทางด้านการเขียนภาพ ช่างไม้ รูปปั้น ภาพถ่าย ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ก็ตามที

8. มนุษย์ควรได้รับคำแนะนำและช่วยเหลือในการสร้างนิสัย เพื่อความกระตือรือล้น และออกกำลังท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์

ในอนาคตเมืองต่าง ๆ ควรวางแผนสำหรับที่อยู่อาศัยให้พอเหมาะกับทางด้านธุรกิจและโรงงาน พร้อมทั้งจัดสถานที่เพื่ออากาศบริสุทธิ์ แสงแดด พื้นที่โล่ง สวนสาธารณะ และสนามเด็กเล่น ที่จำเป็นสำหรับความเป็นอยู่ของมนุษย์เพื่อความสุขสมบูรณ์ในชีวิต

9. มนุษย์ทุกคนควรถูกชักจูงหรือแนะนำเพื่อหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นงานอดิเรก

10. สิ่งสำคัญยิ่งที่มนุษย์ควรรู้จักการแสดงออกในเรื่องของจังหวะดนตรี มิฉะนั้นแล้ว จะขาดความสมบูรณ์ในชีวิตการเป็นมนุษย์

11. หนึ่งในสิบปีของชีวิตมนุษย์ได้ถูกใช้ไปในการรับประทานอาหาร ดังนั้นจึงถือเป็นฐานกำหนดว่า หนึ่งในสิบของชีวิตมนุษย์ควรจะเป็นการสร้างสรรค์ความคิดในระหว่างการกิน ไม่ควรเร่งรีบ แต่ให้โอกาสในการสร้างความเข้าใจระหว่างเพื่อนเพื่อความเจริญเติบโตที่ดีของมนุษย์ การกินควรเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สังคมและภายในบ้านจนบางครั้งก็กลายเป็นประเพณีไป

12. การพักผ่อน ความสงบ ความคิดคำนึง การพิจารณาไตร่ตรอง เป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนหย่อนใจ และจะไมวุ่นวายหรือยุ่งเหยิงเลยถ้าเพิ่มการเล่นหรีอออกกำลังต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

13. การพักผ่อนหย่อนใจต่าง ๆ มีความสำคัญที่สุดเมื่อแต่ละบุคคลบังคับตนเองอย่างเต็มที ดังนั้น เขาจึงร่วมเล่นไปได้อย่างกลมกลืน และด้วยความสามารถเพื่อหมู่เหล่า

14. ความพึงพอใจที่ประเมินได้จากการพักผ่อนหย่อนใจมาจากแต่ละบุคคล ในการเล่นแต่ละชนิดเท่านั้น

15. รูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้ใหญ่ (ไม่เสมอไป) มักจะเป็นไปในรูปของการใช้กำลัง แต่ก็ไมได้ทำสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน

16. มนุษย์ที่ประสพผลสำเร็จในการพักผ่อนหย่อนใจในชีวิตมักเลือกรูปแบบของการพักผ่อนหย่อนใจที่แตกต่างจากการทำงานประจำโดยเด็ดขาด เพื่อหาความสุขในชีวิตในช่วงที่มีเวลาว่าง

17. การเล่นที่มีความสุขเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตในวัยเด็กที่กำลังเจริญเติบโต มนุษย์ธรรมดาทั่วไปจะเจริญเติบโตจากชีวิตในวัยเด็กที่มีความสุขและมีการละเล่นที่ดี จะเป็นปกติไปเรื่อย ๆ ถ้าต่อเนื่องการเล่นเอาไว้

18. ทุกชุมชนควรจัดสถานที่เพื่อให้โอกาสเด็กหลังจากเลิกเรียนแล้วเพื่อเล่นดนตรี ละเล่น และอื่น ๆ ในแง่ของการพักผ่อนหย่อนใจ

การจัดรายการสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจเพื่อประชาชนทั่วไปในสวนสาธารณะ วนอุทยาน และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจต่าง ๆ ก็เพื่อส่งเสริมให้บุคคลทุกคนได้ใช้สถานที่ได้อย่างเต็มที่ และมีความสุขจากการพักผ่อนหย่อนใจหรือร่วมในรายการต่าง ๆ ที่ทางสวนสาธารณะและ วนอุทยานจัดขึ้นซึ่งรายการต่าง ๆ นั้น ควรมีการค้นหาถึงสิ่งที่น่าสนใจ ความฉลาดเฉลียวและความชำนาญ การฝึกฝน และการศึกษาในด้านการสร้างสรรค์การพักผ่อน และให้โอกาสที่กว้างใหญ่ในการส่งเสริมความสนใจต่าง ๆ ทั่งทางด้า พละกำลัง สังคม ดนตรี การแสดง ธรรมชาติ ฯลฯ ซึ่งแต่ละอย่างก็มีความแตกต่างเฉพาะตัว

ลักษณะรายการของการพักผ่อนหย่อนใจนั้น ควรมีลักษณะที่

1. ให้ความเสมอภาคแก่ทุกคน

2. เสนอในรูปแบบที่กว้างเพื่อความต้องการเฉพาะตัว ของแต่ละบุคคลในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตนเองชอบ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลป ฯลฯ

3. รายการต่าง ๆ ควรต่อเนื่องกันตลอดปี เพราะประชาชนต้องการพักผ่อนหย่อนใจตลอดปีเช่นกัน การเล่นบางอย่างต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาลและบางอย่างก็มีข้อจำกัดในช่วงสั้น

4. จัดรายการให้เหมาะสมกับทุกวัย เช่นเด็ก ควรเป็นทุกวัยของเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ ไม่ควรละเลยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

5. ให้มีความเสมอภาคกันทั่ง 2 เพศในรายการต่าง ๆ

6. มีรายการที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวทั้งหมด มีการเล่นหลายอย่างที่มักจะแบ่งแยกครอบครัว แต่บางโอกาสควรจัดเพื่อรวมครอบครัวเข้าด้วยกัน

7. มีเครื่องมือครบครันในแต่ละสถานที่

8. ควรมีการพักผ่อนทั่ง 2 รูปแบบ แบบที่ใช้กำลัง และไมใช้กำลัง บางครั้งมนุษย์ก็ไม่ต้องการใช้พลังมากหรือต้องการความสงบ บางรายการควรจัดให้มีความสนุกสนานจากการเฝ้าดู ฟัง และพิจารณาไตร่ตรอง

9. จัดการเล่นในช่วงต่าง ๆ ของเวลาที่เป็นอิสระ เช่น กลางวัน หลังเลิกเรียน สุดสัปดาห์ วันหยุด กลางคืน ช่วงหยุดพัก และพักร้อน

10. พยายามให้รายการต่อเนื่องกับเมืองอื่น ๆ ไม่ซํ้าซ้อนกัน

11. ประสานการเล่นในช่วงพักให้ต่อกับความสนใจ หรือพัฒนาของเด็กที่ได้มาจากโรงเรียน

12. จัดรายการให้มีจุดมุ่งหมาย หรือมุ่งหวังเพื่อที่จะประสานผลสำเร็จหรือชัยชนะเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

13. รวมการละเล่นที่อาจต่อเนื่องไปจนถึงวัยที่เป็นผู้ใหญ่ได้ เช่น ว่ายน้ำเทนนิส วอลเล่ย์บอล ฯลฯ

14. เสนอรายการสำหรับความชำนาญหลาย ๆ ระดับ

15. จัดให้มีรายการเฉพาะ และเป็นกลุ่มสำหรับการเล่นที่เขาเหล่านั้นชอบ

16. พยายามสร้างสรรค์ให้เกิดความพึงพอใจ และเป็นที่นิยมสำหรับความสัมพันธุ์ในกลุ่มสังคมต่าง ๆ

17. จดจำรสนิยมที่น่าสนใจ ซึ่งแตกต่างไปเฉพาะคน และความสนใจเฉพาะคนควรได้รับการพัฒนา

18. ให้โอกาสทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผน และควบคุม

19. ให้โอกาสในการละเล่นของแต่ละบุคคลเท่าเทียมกันในเรื่องค่าใช้จ่าย(สามารถมีเงินซื้อสิ่งต่าง ๆ ได้)

20. ใช้งบประมาณที่มีอยู่ในรอบคอบ และได้ประโยชน์มากที่สุด สำหรับผู้นำ สถานที่ สิ่งของเครื่องใช้ และสิ่งอื่น ๆ ความสนใจของประชาชนลส่วนใหญ่จะได้รับการพิจารณาก่อน

21. หาทางออกในการแสดงออกที่แสดงถึงความสร้างสรรค์ เป็นความจริงที่ว่าคนส่วนใหญ่จะเล่นเกมส์ต่าง ๆ ได้

22. ควรแน่ใจในความปลอดภัย และมีสุขภาพที่สมบูรณ์ ก่อนการเล่นเกมส์ใด ๆ

23. ส่งเสริมการพัฒนาในการเป็นพลเมืองดีของชาติ เช่นการเล่นเป็นกลุ่ม และเล่นอย่างร่วมมือกัน ไม่แข่งขันกัน มีผู้นำและการบริการร่วมอยู่ด้วย ตลอดรายการประชาชนควรได้เรียนรู้ถึงประสบการณ์ และคุณค่าของการร่วมมือกัน และการบริการที่มีต่อส่วนรวม

24. ขอให้พื้นฐานของรายการขึ้นอยู่กับความสนใจเฉพาะ และความต้องการของประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของเมืองนั้น รายการต่าง ๆไม่ควรเป็นรูปแบบที่ตายตัว ควรเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อม และลักษณะของชุมชนนั้น

25. สามารถเปลี่ยนแปลงความต้องการ และสถานการณ์ได้ เพราะความยืดหยุ่นได้ทำให้รายการต่าง ๆ มีคุณค่ามากขึ้น ถึงอย่างนั้นก็ตามก็จำเป็นต้องมีการจัดรายการต่าง ๆ ล่วงหน้า แม้ว่าอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่างในเวลาต่อมาก็ตาม



Comments are closed.

This entry was posted on July 4, 2012 and is filed under จัดสวนพักผ่อนหย่อนใจ. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.