ข้อมูลและปัญหาในการจัดสวน

ข้อมูลและปัญหาต่างๆ

PROBLEMS

การออกแบบและการเขียนแปลนจะง่ายเข้าถ้ามีการคิดถึงข้อมูลและปัญหาต่าง ๆ ก่อนและพยายาม แก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด ซึ่งปัญหาก็มีอยู่มากและแตกต่างกันออกไปตามสถานที่และบุคคล โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งปัญหาออกเป็น 3 ชนิดคือ ปัญหาจาก

1. พื้นที่ (Land)

2. โครงสร้างและตัวอาคาร (Structure and building)

3. คน (People)

1. พื้นที่(Land) ได้แก่ การหาข้อมูลต่าง ๆ จากลักษณะพื้นที่นั้น รวมทั้งภูมิอากาศ, อุณหภูมิ, พรรณไม้, สภาพดิน, ระดับดิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่นั้น ๆ โดยต้องนำไปใช้ในการออกแบบ

ภูมิอากาศ:ทราบถึงอุณหภูมิ,ความร้อน,หนาว,แห้งและชื้นเท่าไร จำนวนฝนที่ตก,แสงแดด และทิศทางลม

ลักษณะพื้นที่: ได้แก่ความลาดเอียงของพื้นที่สูงตํ่าแตกต่างกัน ซึ่งความลาดเอียง (Slope) ทางด้าน Landscape แบ่งออกเป็น 3 ชนิดคือ

ที่ราบ (Flat)

ไม่ควรสูงเกิน 5 ฟุต ทางด้านตั้งต่อด้านนอน 100 ฟุต เหมาะสำหรับเป็นที่ตั้งของบ้าน หรือประโยชน์ใช้สอยนอกบ้าน แต่มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำแต่อย่างไรก็ดีดินที่อุดมสมบูรณ์ส่วนมากจะอยู่ในพื้นที่ราบ

ที่ลาดเอียง (Sloping)

สูง 10-12 ฟุต ทางด้านตั้งต่อด้านนอน 100 ฟุต พื้นที่ลาดเอียงนี้มีการระบายน้ำดี และการออกแบบน่าสนใจมาก แต่พื้นที่เหล่านี้ต้องการการปรับปรุงและปรับระดับดิน (grading) ทำให้ค่าจ้างและค่าแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นต้องมีการเปรียบเทียบระหว่างการทำที่ราบให้เป็นเนิน และการปรับเนินเดิมซึ่ง สูงให้น้อยลงว่าแบบไหนจะใช้ค่าแรงและค่าวัสดุมากกว่ากัน เพียงแต่ว่าการทำที่ราบเป็นเนินต่าง ๆ นั้น ต้องอาศัยความนึกคิดและจินตนาการของนักออกแบบพอสมควร และอาจจะไม่ได้เหมือนธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว

ที่ลาดชัน (Steeping)

สูง 12 ฟุตขึ้นไปทางด้านตั้งต่อด้านนอน 100 ฟุต นับเป็นการยากที่จะยืนหรือเดินในลักษณะสมดุลย์ ทำให้ไม่สะดวกสบายในการใช้ การปรับปรุงที่ลาดชันค่อนข้างยากและค่าใช้จ่ายสูง ระดับที่ลาดชันจะให้มุมมองและวิวที่สวยงามและน่าสนใจมากที่สุด แต่ต้องการโครงสร้างและการก่อสร้าง ที่มั่นคงแข็งแรงมาก

พรรณไม้ (Vegetation)

สำรวจหาพรรณไม้เดิมที่มีอยู่แล้วในสถานที่นั้นๆ ว่าเป็นชนิ่ดไหน โดยทั่วไปแล้ว จะแบ่งออก เป็น 3 อย่างคือ

พรรณไม้เดิม (Native Vegetation) เป็นพรรณไม้ที่มีอยู่เดิมแล้วก่อนที่คนจะเข้ามาอยู่อาศัยในบรเวณนั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิอากาศแต่ละแห่ง

การปลูกพืชเพื่อการเกษตร (Agricultural Vegetation) การปลูกพืชผัก ผลไม้ เช่น ข้าว, ผักชนดต่าง ๆ ซึ่งต้องเกี่ยวเนื่องกับดินและภูมิ อากาศเพื่อให้ได้พืชผลตามที่ต้องการ ทำให้เกิด Landscape แบบชนบทขึ้น

การปลูกไม้ประดับ (Ornamental Vegeta­tion) ปลูกขึ้นเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เช่น ทำเป็น แนวรั้ว, กันลม หรือเพื่อความพึงพอใจ ทั้งนี้อาจเกิดจากพรรณไม้เดิมกับการปลูกพืชผัก รวมกันหรือเพื่มเติมก็ได้

ดิน (Soil)

ลักษณะของดินขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง ดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกก็ควรเป็นดินร่วน มีธาตุอาหารพอสมควรและมีการระบายน้ำดี

2. โครงสร้างและตัวอาคาร (Structure and building)

บ้านหรืออาคารเป็นโครงสร้างที่นักออกแบบสวนจะต้องทราบถึงวัสดุที่ใช้และรูปร่างของตัวอาคาร (Styles) เพื่อหาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้านและสวน และควรทราบถึงโครงสร้างต่าง ๆ ภาย ในบริเวณบ้านที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดสวน เช่น ท่อน้ำ, ท่อไฟ, ท่อสายโทรศัพท์, ทางระบายน้ำ, ตำแหน่งของก๊อกน้ำ, สวิทช์ไฟ

นอกจากโครงสร้างเหล่านี้แล้ว ขนาดและรูปร่างของตัวบ้านก็มีหลายชนิด ในแง่ของ Landscape ก็จะมองในจุดที่ว่าส่วนใดของตัวบ้านที่ต่อเนื่องกับสวนบ้าง เช่น

  • ประตูห้องรับแขกเปิดไปพบอะไร?
  • สนามใหญ่ต่อเนื่องกับห้องรับแขกหรือไม่?
  • มุมใดที่มองจากภายในบ้านหรือหน้าต่างได้สวย?
  • ห้องนอนที่อยู่ชั้นล่างเปิดออกไปพบอะไร?

สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่จะต้องคิดถึงเพื่อให้ได้ความสัมพันธ์กัน ระหว่างส่วนต่าง ๆ ของบ้านและสวน รวมทั้งความสัมพันธ์ของบ้านต่อสภาพแวดล้อม เช่น มีตลาด, สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และ สวนสาธารณะอยู่ใกล้ไกลแค่ไหน

3. คน (people)

นอกจากปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่นักออกแบบต้องทราบ คือความต้องการของครอบครัวที่เป็นเจ้าของสถานที่นั้น ซึ่งอายุและเพศทำให้ลักษณะการออกแบบแตกต่างกันออกไป เช่น คนโสด, สามีภรรยาที่ไม่มีเด็ก หรือมีเด็ก พ่อม่าย, แม่ม่าย, หรือครอบครัวที่มีญาติรวมอยู่ด้วย

ข้อแตกต่างส่วนใหญ่มาจากเด็ก ลักษณะของสวนจะต่างกันโดยสิ้นเชิงถ้าปราศจากเด็ก ปัญหาและความต้องการเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกๆ 6หรือ 7 ปีตามเวลาที่เด็กเติบโตขึ้น การออกแบบจำเป็นต้องคิดถึงอนาคตด้วยว่าแต่ละสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ใช้ประโยชน์ได้เมื่อเด็กโตขึ้น

ตัวอย่างคำถามที่นักออกแบบควรถามเจ้าของบ้าน (Client Analysis) เพื่อให้ได้คำตอบที่จะนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์หาความต้องการของลูกค้า

1. ท่านสนใจสวนมากแค่ไหน? ชอบที่จะทำหรือปลูกด้วยตนเองหรือไม่?

2. ถ้าชอบท่านต้องการสถานที่เก็บเครื่องมือทำสวน, เก็บปุ๋ย สถานที่เหล่านี้ควรอยู่ที่ไหน ที่จะไม่มองเห็นได้ง่ายจากคนที่ผ่านไปมา

3. มีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับการพักผ่อนนอกตัวบ้านหรือในสวน?

4. ท่านต้องการรั้วหน้าบ้านหรือเปล่า เพื่อเหตุผลทางกฎหมาย หรือเพื่อความเป็นส่วนตัวหรือต้องการให้เด็ก และสัตว์เลี้ยงอยู่ภายในบ้าน?

5. ท่านต้องการสนามหญ้าหรือไม่? ถ้าต้องการแสงแดดเพียงพอหรือเปล่า ถ้าไม่พออาจต้องใช้พืชคลุมดิน (ground cover) แทน

6. สวนต้องการมีที่กำบังแสงอาทิตย์หรือไม่? หรือต้องการปลูกไม้ใหญ่ทางทิศตะวันตกเพื่อบังแสงแดดในตอนบ่าย

7. ถนนหน้าบ้านและที่จอดรถสำหรับรถ 1 คัน 2 คัน หรือรถพ่วง?

8. บ้านของท่านมองเห็นและสังเกตง่ายจากถนนหรือไม่?

9. แขกที่มาเยี่ยมสามารถที่จะเดินจากรถมายังประตูเข้าบ้านได้ง่ายโดยไม่ต้องชนอะไรในเวลากลางคืน ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องมีแสงสว่างให้เพียงพอ

10. ห้องที่ถูกใช้ไนเวลากลางวัน มีวิวที่สวยงามหรือไม่ เช่น ห้องพักผ่อน ห้องรับแขก ห้องครัว

11. ถ้าท่านมีเด็ก สถานที่ให้เด็กเล่นมองเห็นได้ง่ายจากตัวบ้านหรือไม่?

12. ถ้าเด็กเติบโต ท่านต้องการให้เด็กมีสถานที่เปิดโล่งสำหรับเล่นเกมส์หรือสถานที่เก็บเครื่องมือเกี่ยวกับกีฬา?

13. ท่านต้องการที่เก็บถังขยะ, ที่ตากเสื้อผ้า? ถ้าต้องการชนิดไหนจะเหมาะชนิดคงที่หรือเคลื่อนย้ายได้?

14. ท่านชอบการละเล่นนอกตัวบ้านมากไหม หรือชอบการรับประทานอาหารนอกตัวบ้าน ถ้าท่านชอบ ต้องจัดให้มีสถานที่และแสงสว่างเพียงพอสำหรับปรุงอาหาร

15. ต้องการห้องเก็บของเฉพาะสำหรับเฟอร์นิเจอร์ภายนอกและเตาย่างอาหารบ้างหรือไม่?

16. อยากให้มีมุมสงบที่ห่างจากที่ละเล่นและพักผ่อนทานอาหาร หรือไม่?

17. ต้องการเพื่มจุดก๊อกน้ำประปาตามจุดต่าง ๆ ของสวน? ซึ่งควรทำตั้งแต่ก่อนตกแต่งสวน เพื่อจะได้ไม่ลำบากในการรอและย้ายภายหลัง

ปัญหาทั้งหมดนี้ ทำให้ทราบข้อมูลเกือบทุกอย่างของเจ้าของสถานที่ ซึ่งจะได้นำมาวิเคราะห์และแยกเป็นชนิด ๆ ว่ามีอะไรบ้างที่เป็นที่ต้องการ เพื่อให้ได้ถึงจุดมุ่งหมายของผู้ใช้โดยจะพิจารณาประกอบกับงบประมาณอีกครั้งหนึ้งว่า สิ่งที่ต้องการทั้งหลายนั้น สมดุลย์กันกับงบประมาณที่เสนอมาให้หรือไม่ ถ้าไม่ ก็ต้องมีการพิจารณาตัดทอนบางส่วนที่ไม่จำเป็นออก หรือหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยประหยัด แต่ให้ได้ตามจุดมุ่งหมายเดิม



Comments are closed.

This entry was posted on July 5, 2012 and is filed under วิธีการจัดสวน. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.