การออกแบบสวนจากประสบการณ์

การหาข้อมูลจากประสบการณ์ (Establish a Substantial Experience)

บางครั้งการเขียนป้ายติดไว้กับสิ่งของทุกอย่างก็ไม่เป็นการเหมาะสม เพราะบางสิ่งบางอย่างมีลักษณะที่เป็นตัวของมันเองอยู่แล้วโดยไม่ต้องบรรยาย เช่น (รูป 4.1) เป็นลักษณะของธรรมชาติ ซึ่งลักษณะประจำตัวได้แสดงให้เห็นถึงตัวมันเองว่าเป็นอย่างไร

มนุษย์สามารถออกแบบให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ในแต่ละแห่ง เช่น ทำให้ตื่นเต้น สงบ สวยงาม หรือน่ากลัว (รูป 4.2)

เส้น, รูปร่าง ผิวสัมผัส และสี (Effects of Lines, Forms, Textures and Colors)

วัตถุดิบในการออกแบบไม่ใช่เฉพาะแต่ต้นไม้ พื้นที่ หรือวัสดุทำทางเท้าเท่านั้น แต่มีสิ่ง ซึ่งประกอบอยู่กับวัสดุต่าง ๆ นั้นคือ เส้น ผิวสัมผัส สี รูปร่าง (รูป 4.3)

เส้น – เส้นขอบแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวตรง ๆ

รูปร่าง – เกิดจากเส้นที่ทำให้เกิดรูปร่างของวัสดุ

ผิวสัมผัส – เกิดจากความสว่างและมืด และผิวสัมผัสของวัตถุว่าหยาบหรือละเอียด

สี – สีต่าง ๆ ทั้งสีร้อน และสีเย็น

งานทางด้าน Landscape ที่มีต้นไม้ พื้นที่ ทางเท้า และวัสดุต่าง ๆ นั้น ต้องเกี่ยวข้องกับ เส้น รูปร่าง ผิวสัมผัส และสี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความรู้สึกเมื่อมองดู ทางตรงให้ความรู้สึก แข็งและบังคับสายตาให้ไปตามเส้น (รูป 4.4)

ในทางตรงข้าม รูปร่างที่ไปตามแนวนอน จะให้ความรู้สึกสงบและพักผ่อน เพราะว่ามันถูกวางนอนอย่างพอดีบนพื้น (รูป 4.5) เส้นแนวตั้ง 90 องศา ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว เพราะว่าคนมองต้องมองขึ้น (รูป 4.6) เส้นทะแยงมุม เส้นขวาง หรือเส้นซิกแซก ทำให้เกิดความรู้สึก ว่องไวและมีชีวิตจิตใจ เพราะมีการเคลื่อนไหวในหลาย ๆ ทาง (รูป 4.7)

เส้นโค้งและเนินเขา ไม่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวเท่าซิกแชก จะช้ากว่าและนุ่มนวลกว่า (รูป 4.8) แต่ถ้าเส้นโค้งเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและกระทันหัน ทำให้เกิดการกระตุ้น หรือความรู้สึกที่มีชีวิตจิตใจ (รูป 4.9)

พิ้นผิวที่หยาบ จะทำให้เกิดความรู้สึกกล้าแข็งและบังคับเหมือนกับเส้นตรง และให้ความรู้สึกเยิ่นเย้อและโบราณ (รูป 4.10)

ในทางตรงข้าม พื้นผิวที่ละเอียดทำให้มีความรู้สึกร่าเริง และยุ่งนิด ๆ เพราะผิวที่ละเอียด แลดูลึกลับกว่าผิวหยาบ (รูป 4.11) สีสดทำให้มีชีวิตชีวา (รูป 4.12) สีทึบทำให้ดูเคร่งขรึม น่าเลื่อมใส (รูป 4.13) สีธรรมชาติคือ เทา น้ำตาล ทำเป็นฉากหลัง และเอาสีสดใสตัดกัน

สีได้มีการพัฒนามานานแล้ว คนในสมัยยุคโบราณชอบสีสด ซึ่งเด็ก ๆ ก็ชอบเพราะสะดุดตาและความรู้สึก แต่เมื่อใช้รวม ๆ กัน ทั้งเส้น รูปร่าง และผิวสัมผัส สีจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะไปข่มฉากและภาพทั้งหมดก็ได้

วัสดุที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นวิว ไม้พุ่ม ถังขยะ วัสดุสำหรับเด็กเล่น รูปร่าง เส้น พื้นผิว แต่ละอย่างก็มีความสวยงามของมันเอง นักออกแบบต้องคอยควบคุมให้ทุกอย่างออกมาในลักษณะที่พอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป

การเน้นสิ่งสำคัญ (Effect of Dominance)

นักออกแบบต้องเข้าใจถึงความงามของสิ่งต่าง ๆ ซึ่งแต่ละอย่างต้องสัมพันธ์กันเพราะทุกอย่างไม่สามารถจะอยู่ได้เพียงอันเดียว นักออกแบบต้องสามารถยืนยันและอธิบายให้เข้าใจได้ถึงคุณค่าของแต่ละจุดที่ตนเองได้ออกแบบขึ้น (รูป 4.14) ให้เห็นถึงความงามที่สัมพันธ์กันระหว่าง เส้น ผิวสัมผัส รูปร่าง สี ซึ่งจริง ๆ แล้ว แต่ละอย่างมีลักษณะของตัวเองไม่เหมือนกัน

การใช้ผนังกั้น (Effect of Encloser)

สิ่งกั้นทั้งหลายให้ผลทางด้านเส้น, รูปร่าง และสี และให้ผลทางด้านจิตวิทยาต่อบุคคลที่ใช้สถานที่นั้น ๆ

1. สิ่งกั้นช่วยกำหนดขอบเขตความกว้างของเนื้อที่ เพื่อจัดให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ ถ้าสถานที่กว้างใหญ่เกินไปสำหรับคน ๆ เดียวก็จะทำให้เกิดความไม่สบายใจ ในขณะที่ใช้สถานที่นั้น

2. ลักษณะของสิ่งกั้น

1. ผนังกั้นที่สมบูรณ์และคงที่แล้ว อาจเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลม เคลื่อนย้ายไม่ได้ เหมาะสำหรับความรู้สึกที่แบ่งแยก หรือการเดินทางไปสู่จุดศูนย์กลางของสิ่งสำคัญ

2. ผนังกั้นเป็นเส้นทาง ไปยังสถานที่เปิดหรือปิด ซึ่งการออกแบบต้องให้เข้ากับลักษณะทางเดินนั้น ๆ ด้วย จุดหมายปลายทางของเส้นอาจหยุดลงที่ห้องเล็ก ๆ หรือห้องโถงก็ได้

3. ผนังกั้นอิสระ มักจะไม่พบในตัวอาคาร จึงเหมาะสำหรับสถานที่อิสระไม่เป็นระเบียบ แต่มีผนังกั้นเป็นบางช่วงเพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่าง

ลักษณะเป็น 3 มิติ จุดสำคัญในการออกแบบภายนอกตัวอาคาร ต้องทำให้เป็น 3 มิติ ซึ่งให้ได้ทั้งความงามและการใช้สอยด้วย (รูป 4.15)

สำหรับการจัดสวนนั้น ต้องถือว่าภายนอกอาคารเป็นห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งพื้นของห้องนี้ คือ “Base planes” แเน ดิน น้ำ ทราย ทางเท้า หรือพันธุ์ไม้ต่างๆผนังก็คือ “Vertical planes” อาจเป็นหิน คอนกรีต รั้ว ต้นไมั ไม้พุ่ม หรือหน้าตาของตัวตึก ส่วนเพดานก็คือ “Overhead Planes” ได้แก่ ทองฟ้า กิ่งก้านของต้นไม้ที่ห้อยลงมา เพดาน

(รูป 4.16)    Baseplanes  – ทางเดิน

Vertical planes – เป็นผนัง

Overhead planes – ร่มไม้ พุ่มไม้ ท้องฟ้า

(รูป 4.17) สถานที่แลดูสงบนิ่งไม่เคลื่อนไหว และอาจจะหมายถึง “การหยุด,,

(รูป 4.18) พื้นที่เป็นแนวทาง หมายถึง “ไป” ได้กลายเป็นที่ทราบกันดีสำหรับถนน ทางเดิน ทางเท้า ฯลฯ

สถานที่อิสระไม่มีขอบเขต สายตาสามารถมองไปได้ทุกทิศทางตามที่ต้องการ เหมาะที่จะท่องเที่ยวไปและเล่นสนุกสนานเป็น “Free space” ไม่เหมาะกับถนนทางเดิน เหมาะสำหรับการเล่นที่ไมเป็นระเบียบและสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ (รูป 4.19)

พุ่มไม้ที่คลุมให้ร่มเงาอยู่ ให้ความรู้สึกถึงผนังกั้นแนวบน ‘‘Overhead Planes” เพื่อจะให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนจะต้องเปรียบเทียบ เช่น นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ในสนามที่มีรั้วล้อมรอบรู้สึกสบาย น่าสนทนากัน (รูป 4.20) แต่ถ้าเก้าอี้นั่งของท่านอยู่กลางสนามฟุตบอลล์หรือถนน (รูป 4.21) จะรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างสิ่งเหล่านี้ ถ้าเดินไปตามทางที่ปลูกต้นไม้สองข้าง (รูป 4.22)



Comments are closed.

This entry was posted on July 4, 2012 and is filed under จัดสวนพักผ่อนหย่อนใจ. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.