การวิเคราะห์สถานที่ก่อนออกแบบสวนสาธารณะ

การวิเคราะห์สถานที่ (Site Design Process)

การวิเคราะห์สถานที่ก่อนที่จะดำเนินการออกแบบนน รวมถึงการสำรวจ การวิเคราะห์ และการสรุปข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นอย่างแท้จริงในการใช้ ได้แก่

1. การสำรวจสถานที่ (Survey)

2. การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis)

3. การประกอบขึ้นเปีนโครงร่าง (Synthesis)

1. การสำรวจสถานที่ (Survey)

* ศึกษาข้อมูลจากประชาชน (Program Development)

* ศึกษาข้อมูลภายในสถานที่ (Inventory of On-Site factors)

* ศึกษาข้อมูลนอกสถานที่ (Inventory of Off-Site factors)

ศึกษาข้อมูลจากประชาชน (Program Development) เป็นการหาข้อมูลจากสถานที่นั้น ๆ โดยการออกแบบสอบถามถึงความประสงค์ของบุคคลที่อยู่ในบริเวณนั้น หรือบริเวณอื่น ๆ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลและคาดการณ์ล่วงหน้าถึงปัญหาต่าง ๆ ในอนาคตพร้อมทั้งวิธีแก้ปัญหา

ศึกษาข้อมูลภายในสถานที่ (Inventory of On-Site factors) เป็นการหาข้อมูลจากพื้นที่จริง โดย แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. หาข้อมูลจากสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น

* รั้ว

* สะพาน, บ้าน, อาคารต่าง ๆ

* ถนน, ทางเท้า, และทางสัญจรอื่น ๆ

* สายไฟ, สายโทรศัพท์, ท่อประปา, แกส ฯลฯ

* สภาพพื้นที่เดิม เช่น เป็นสวนผัก, ไร่, โรงงาน

2. หาข้อมูลจากธรรมชาติ

* ความลาดเอียง, ระดับต่าง ๆ

* ชนิดของดิน, พื้นผิวดิน

* พรรณไม้เดิม

* สัตว์ป่า

* อุณหภูมิ, ภูมิอากาศ

* ทิศทางลม

* การขึ้นลงของดวงอาทิตย์ในรอบปี, ทิศ

ศึกษาข้อมูลนอกสถานที่ (Inventory of Off-Site factors) นอกจากข้อมูลที่มนุษย์ทำขึ้น และจากธรรมชาติแล้ว ก็ควรหาข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวเนื่องกัน และมีผลต่อสถานที่นั้น ๆ ด้วย เช่น

  • ลักษณะการใช้พื้นที่ (เช่น พื้นที่เป็นอยู่ในขณะนี้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบใด ควรจัดเป็นลักษณะไหน)
  • แม่น้ำ, ลำธาร, ทางระบายนํ้า และแหล่งน้ำ
  • เสียง, กลิ่น และทิวทัศน์
  • ลักษณะความงามของเพื่อนบ้านและพื้นที่ใกล้เคียง
  • ตำแหน่งสถานที่ทางสาธารณะ, ราชการอื่น ๆ
  • การสัญจรไปมา หรือระบบการเดินทาง

2. การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis)

จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ศึกษาและค้นคว้าได้มา ต้องนำมาลำดับความสัมพันธ์กันให้ถูกต้องเป็นหมวดหมู่ตามความเป็นจริงและความจำเป็นที่ต้องใช้ แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ

  • ความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน (Program Relationship)
  • ความสัมพันธ์กันในรูปของวงกลม (Relationship Diagrams, Balloon Diagram)
  • การวิเคราะห์พื้นที่ในแปลน (Site Analysis)

ความสัมพันธ์ของแต่ละส่วน (Program Relationship)

ได้แก่ส่วนต่าง ๆ ที่ต้องการรวมกันเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ถูกต้องตามจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน เช่น

1. แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ (Nature Center) ควรจะมี

* ทางเดินชมป่า (Trails)

* ที่จอดรถ (Parking)

2. บริเวณปิคนิค (Pinicking)

* สนามหญ้าสำหรับเล่น (Play fields)

* ศาลานั่งพัก, โต๊ะและเก้าอี้ (Comfort Station)

* ห้องสุขา และขายอาหาร (Concession)

* ที่จอดรถ (Parking)

3. สระว่ายน้ำ (Swimming)

* ห้องอาบน้ำ (Bath house)

* ห้องสุขา และขายอาหาร (Concession)

* ที่จอดรถ (Parking)

4. การแล่นเรือ (Marina)

* อาคารเช่าเรือ (Rental Building)

* อาคารซ่อมเรือ (Boat Repair)

* ห้องสุขา และขายอาหาร (Concession)

* ที่จอดรถ (Parking)

5. ศูนย์ให้ความสะดวก (Service Yard)

* ควบคุมบริเวณทางเข้าออก (Entry Control)

* เผยแพร่ความรู้และให้คำแนะนำ (Information office)

ความสัมพันธ์ของแต่ละส่วนในรูปของวงกลม (Relationship Diagram) จากข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด เมื่อแยกเป็นหมวดหมู่แล้วนำแต่ละหมู่มาวางเปรียบเทียบกันในแปลนจริงของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อหาความสัมพันธ์ของแต่ละกลุ่ม และความสัมพันธ์กับพื้นที่เดิม รวมทั้งการสัญจรภายในพื้นที่นั้น ๆ โดยการกำหนดให้แต่ละหมวดหมู่เป็นวงกลมหนึ่งวง แต่ละอันมีหมายเลขประจำตัวเพื่อความสะดวกในการเปรียบเทียบ หรือโยกย้ายไปในแปลนจริง

การวิเคราะห์พื้นที่ในแปลน (Site Analysis) คือการเขียนลักษณะเป็นจริงของสภาพพื้นที่ลงในแปลน เพื่อให้ทราบว่าบริเวณใดมีลักษณะเป็นอย่างไร เหมาะกับสถานที่ใดที่ได้กำหนดเอาไว้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

3. การประกอบขึ้นเป็นโครงร่าง (Synthesis)

ได้แก่การนำข้อมูลที่ได้มาจากการสอบถาม, สัมภาษณ์ และข้อมูลจากพื้นที่และอื่น ๆ มาเขียนลงในแปลนเพื่อแสดงให้เห็นถึงแผนผังของสถานที่นี้ในอนาคต

  • แบบร่าง (Design Concept)
  • แปลน (Refined Plan)
  • แปลนสมบูรณ์ (Final Plan)

แบบร่าง (Design Concept) วางตำแหน่งต่าง ๆ ที่นำมาจาก Program Relationship ลงในแปลน โดยอาศัยข้อมูลของพื้นที่จาก Site Analysis เพื่อให้สัมพันธ์กันในเรื่องของลักษณะพื้นที่และการใช้ ซึ่งแปลนอันนี้เป็นแนวความคิดเริ่มต้น จำต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสมอ

แปลน (Refined Plan) นำเอาแบบร่างมาวิเคราะห์เพื่อหาข้อผิดพลาด และหาทางแก้ไขให้ได้ผลที่ดีและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แล้วนำแบบนำร่างมาเขียนขึ้นใหม่ตามข้อแก้ไขเป็นแปลนที่ดีกว่าเดิม

แปลนสมบูรณ์(Final Plan) นำเอาแปลนที่แก้ไขแล้วเสนอต่อผู้ที่ว่าจ้าง หรือลูกค้า เพื่อใช้ซักถามถึง ข้อข้องใจในจุดต่าง ๆ โดยผู้ออกแบบต้องตอบคำถามต่าง ๆ ให้ได้โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่และแปลนที่เสนอ ถ้าแปลนนี้เป็นที่ยอมรับกันและไม่มีการแก้ไขใด ๆ แล้ว ก็ถือว่าเป็นแปลนที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง



Comments are closed.

This entry was posted on July 5, 2012 and is filed under จัดสวนพักผ่อนหย่อนใจ. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.