การประดับและตกแต่งสวน

ENRICHMENT IN LANDSCAPE

การประดับและการตกแต่งสวน ก็เหมือนกับการตกแต่งห้อง เพราะมีผู้เปรียบเทียบสวนไว้เหมือนห้อง 1 ห้องซึ่งมีโครงสร้าง พื้น, ผนังและเพดาน แต่ห้อง ๆ นี้ จะไม่สมบูรณ์และมีชีวิตถ้าปราศจากสิ่งที่ประดับตกแต่งห้องนี้ เช่น โต๊ะ, เก้าอี้, ตู้, ภาพแขวน ผนัง, แสงไฟ, เสียงดนตรี หรือ สัตว์เลี้ยง เป้นต้น สวนก็มีลักษณะที่เหมือนห้อง 1 ห้องอยู่แล้ว โดย มีท้องฟ้า, เรือนยอดของต้นไม้ และชายคา เป็นเพดาน มีกำแพง ไม้พุ่ม, ฉากกั้น เป็นผนังของห้อง และมีดิน, น้ำหรือทราย เป็นพื้นห้อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสิ่งประดับและตกแต่งเพื่อทำให้ สวนมีบรรยากาศและมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเดิม โดยแบ่งสิ่งประดับสวนออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. สิ่งประดับตกแต่งสวนที่เป็นของธรรมชาติ (Natural Enrichment items)

2. สิ่งประดับตกแต่งสวนที่มนุษย์ทำขึ้น (Man-Made Enrichment items)

1. สิ่งประดับและตกแต่งสวนที่เป็นของธรรมชาติ ได้แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

สิ่งตกแต่งที่สามารถสัมผัสได้ และไม่สามารถสัมผัสได้

สิ่งประดับและตกแต่งสวนที่เป็นธรรมชาติ และสามารถสัมผัสได้ได้แก่

หิน (Stone)

หินได้ถูกใช้เป็นตัวประกอบให้สวนสวยขึ้น ที่ใช้กันมากคือการจัดสวนแถบตะวันออก จีนและญี่ปุ่น ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในการจัดสวนประกอบหิน หินแต่ละก้อนที่เลือกใช้ต้องมีสิ่งที่น่าสนใจเฉพาะ ทั้งด้าน รูปร่าง สี และผิวสัมผัส (texture) แล้วจัดโชว์ให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของแต่ละก้อนในหลาย ๆ ก้อน เพื่อช่วยกันเสริมให้เด่นขึ้น เช่น หินแนวตั้งอาจจัดประกอบกับหินในแนวนอนหลาย ๆ ก้อน หรือ จัดหินสีขาวระหว่างหินสีดำหรือแดง เป็นต้น ซึ่งการออกแบบและจัดวางต้องคิดถึงหลักเรื่องความกลมกลืน ความสมดุลย์ จุดสนใจ และจังหวะการวางประกอบไปด้วย

การจัดสวนหินเหมาะกับการจัดสวนชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สวนที่มีพรรณไม้พวกกระบองเพชรและซัคคูเลนท์ ส่วนหินที่ใช้ได้แก่ หินภูเขา, หินทะเล, และหินแม่น้ำ เป็นต้น

พรรณไม้ชนิดต่างๆ(Plants)


ต้นไม้อาจทำหน้าที่ได้หลายอย่าง คือเป็นทั้งผนัง, เพดาน หรือพื้นผิว ในด้านการจัดสวนไม้บางชนิด อาจปลูกและตกแต่งให้เป็นรูปต่าง ๆ ได้ หรือถือเป็นรูปปั้น (Sculpture) อันหนึ่ง และมีสีสรรสวยงาม เมื่อมีดอกไม้บางชนิดตัดแต่งเป็นรูปร่างต่าง ๆได้สวยงาม แต่ก็ต้องอาศัยการดูแลรักษาอย่างดี ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีสถานที่ไม่กี่แห่งที่ทำได้ ซึ่งการตัดแต่งต้นไม้แบบนี้ ได้มีเป็นที่นิยมกันมากในการจัดสวนแบบประดิษฐ์ (Formal Styles) เช่น ที่พระราชวังแวรซายส์ เป็นต้น

น้ำ (Water)

น้ำเป็นสิ่งประดับตกแต่งที่สามารถสัมผัสได้, สัมผัสไม่ได้และสามารถได้ยินเสียงได้ด้วย เมื่อน้ำเคลื่อนไหว น้ำจะสะท้อนแสงแวววาวสวยงาม ดังนั้น นักออกแบบต้องทราบถึงความสำคัญของน้ำว่า น้ำเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมสวนเกิดความประทับใจได้มากที่สุด เพราะคนชอบที่จะอยู่ใกล้ ๆ น้ำได้ ฟังเสียงน้ำไหล, น้ำตก หรือได้สัมผัสน้ำ และถ้าน้ำมีขนาดกว้างใหญ่ คนสามารถตกปลา, ว่ายน้ำและ แล่นเรือได้นับได้ว่าเป็นสิ่งประดับที่งดงาม และนิยมที่สุด ในเรื่องของการพักผ่อนหย่อนใจ

เราใช้น้ำประกอบการจัดสวนในบรรยากาศที่ต้องการความชุ่มชื้น และทำให้บริเวณนั้นมีชีวิตชีวา และเคลื่อนไหวได้ เป็นที่นิยมใช้กันมากในบริเวณที่มีอากาศร้อน เพราะละอองน้ำจะช่วยให้อากาศเย็นลง ส่วนลักษณะของน้ำที่ใช้ประกอบในการจัดสวนมี 2 อย่างคือ บริเวณที่มีน้ำนิ่ง เช่น ในอ่างลึกและ บริเวณที่น้ำเคลื่อนไหวได้ เช่น น้ำพุ, น้ำตก ซึ่งทำให้พื้นที่นั้นดูสว่างและสดใสขึ้น ทั้งสองแบบนี้อาจจัดประกอบได้อย่างสวยงามคือ ทั้งจังหวะที่น้ำนิ่ง และเคลื่อนไหวในบริเวณเดียวกัน เช่น น้ำตก, น้ำพุ และน้ำนิ่งในบางตอนของอ่างน้ำนั้น ๆ

น้ำเป็นส่วนที่ช่วยให้วัสดุต่าง ๆ ดูสวยงามขึ้นเมื่อเปียกน้ำ เช่น อิฐ, กระเบื้อง, กระจก, ทราย, หินและคอนกรีต ทั้งต้นไม้และสัตว์ต่าง ๆ ดูงดงามกว่าความเป็นจริง ทั้งด้านผิวสัมผัส (texture) และสี (Color) เมื่อเปียกน้ำหรืออยู่ในน้ำ นอกจากนั้นน้ำยังเป็นตัวกั้นอาณาเขตได้ดี โดยไม่ต้องมีกำแพงสูง ๆ มาบังสายตา เพราะน้ำได้จำกัดให้คนเดินรอบ ๆ มากกว่าที่จะเดินข้ามบริเวณนั้นโดยลุยน้ำไป

สระว่ายน้ำก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จัดประกอบในสวน โดยนักออกแบบควรปล่อยให้ลักษณะของสวนเป็นตัวกำหนดรูปร่างของสระว่ายน้ำมากกว่าที่จะกำหนดรูปร่างของสระว่ายน้ำแล้วจัดสวนรอบ ๆ ตามลักษณะของรูปร่างสระว่ายน้ำ ทั้งนี้เพื่อให้มีความกลมกลืนกันในด้านรูปทรงของสระว่ายน้ำและลักษณะพื้นที่ของสวน นอกจากรูปร่างของสระแล้ว ควรคิดถึงขนาดของปั๊มน้ำ, เครื่องกรองน้ำและระบบการทำงานของสระว่ายน้ำด้วย เพื่อจะได้จัดหาตำแหน่งต่าง ๆ ที่วางสิ่งเหล่านั้นได้ถูกต้องและจะไม่ทำให้ความงดงาม หรือความกลมกลืนของสวนลดน้อยลง

สัตว์ (Animals)


สัตว์ช่วยให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติได้ดีมาก เช่น เสียงของนกร้อง, กบ, เขียด, อึ่งอ่าง,ผีเสื้อที่เกาะตามดอกไม้ต่าง ๆ, ปลาในบ่อน้ำ, แมว, สุนัข, และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อีก

การจัดสวน ควรให้มีบรรยากาศของธรรมชาติ และชีวิตสัตว์บ้างเพื่อให้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นสวนในเมืองใหญ่ ๆ ที่ขาดทั้งต้นไม้และสัตว์ แต่ถ้าเป็นสวนตามชนบทก็ไม่จำเป็น เพราะสิ่งแวดล้อมมีอยู่มากมายแล้ว เช่น เจ้าของบ้านมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และมีสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อยู่ภายในบ้านอีก แต่สิ่งที่ไม่ควรลืมคือปัญหาระหว่างสัตว์กับสวน เพราะสัตว์บางชนิด ถ้าปล่อยให้อยู่ตามสบายภายในสวนแล้ว อาจจะทำให้ต้นไม้เสียหายได้ เช่น กระต่าย สุนัข เป็นต้น ในปัจจุบันนี้ สวนสัตว์เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดในการจัดสวนให้เข้ากับสัตว์ต่าง ๆ โดยคิดถึงสถานที่ บรรยากาศ และพรรณไม้ที่เหมาะกับสัตว์นั้น ๆ ด้วย

สิ่งประดับและตกแต่งสวนที่เป็นธรรมชาติ แต่ไม่สามารถสัมผัสได้

สิ่งเหล่านี้สัมผัสได้ด้วยความรู้สึกเท่านั้น แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น เราจัดปลูกต้นไม้ที่มีดอกหอมไว้ในสวน ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ประดับตกแต่งสวน ที่ไม่จำเป็นต้องสัมผัสได้ นอกจากนี้ก็มีเสียงร้องของนก หรือ เสียงน้ำพุ น้ำตก เป็นต้น

2. สิ่งประดับและตกแต่งสวนที่มนุษย์ทำขึ้น เฟอร์นิเจอร์ในสวน (Outdoor furniture)


เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในสวนมีทั้งเก้าอี้, โต๊ะ, ถังขยะ, วัสดุ, เครื่องเล่นสำหรับเด็ก, เตาย่างอาหาร และสิ่งอื่นๆ ที่ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในสวนนั้น ๆ

นักออกแบบเป็นผู้เเนะนำเจ้าของบ้านให้ทราบถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสมกับสถานที่ที่จะตั้งเฟอร์นิเจอร์นั่น ซึ่งเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ก็มีขายทั่วไป เฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยอลูมิเนียม,ไม้และพลาสติกมีน้ำหนักเบามีสีสดใส ราคาไม่แพง และการใช้ก็สะดวกพอควร แต่มีอายุไม่กี่ปี แต่ถ้าเฟอร์นิเจอร์ที่ทำด้วยโลหะ, เหล็กจะคงทนกว่า และแพงกว่า เช่น เก้าอี้เหล็กหล่อเป็นรูปลวดลายดอกไม้สวยงามแล้วทาสี

เฟอร์นิเจอร์ที่ใชในสวนมีทั้งแบบที่ติดตั้งตายตัว และแบบที่เคลื่อนย้ายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของบ้าน เพื่อหารูปแบบที่เข้ากับสถานที่ และเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านด้วย

เฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งตายตัว สร้างขึ้นเพื่อประกอบส่วนหนึ่งของรั้ว, ผนัง, ศาลาที่พักในสวน ซึ่งได้ประโยชน์มากกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายได้ เพราะได้ใช้เนื้อที่น้อยกว่า ทั้งยังช่วยกำหนดรูปร่างและลักษณะของสวนด้วย แต่เฟอร์นิเจอร์ที่ติดตั้งตายตัวนี้ใช้ไม่สะดวกสบาย นอกจากจะมีสิ่งอื่นประกอบ เช่น เบาะรองนั่ง, เบาะเป็นพนักพิง ฯลฯ ลักษณะของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ต้องแข็งแรงต่อสภาพดินฟ้าอากาศทุกอย่าง อาจทำด้วยโลหะ, ไม้, คอนกรีตก็ได้ อย่างไรก็ตามเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายได้จะมีรูปทรงที่แปลก และสวยกว่า

ส่วนเก้าอี้นั้นไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม ต้องมีสัดส่วนพอเหมาะ ทั้งความสูงและมุมเอนของที่นั่ง เพื่อที่จะนั่งรับประทานอาหารอย่างมีชีวิตชีวา นั่งพักผ่อนเมื่อพูดคุยกัน หรืออ่านหนังสือ หรือหลับบนเก้าอี้ใต้ร่มไมซึ่งเก้าอี้ทั้ง 3 ชนิดนี้ ควรเป็นส่วนหนึ่งของการวางแปลนจัดสวน

เก้าอี้ควรสูง 35 ซม. สำหรับโต๊ะรับแขก

เก้าอี้ควรสูง 45 ซม. สำหรับโต๊ะปิคนิค รับประทานอาหาร

วัสดุที่ใชทำส่วนมากเป็นไม้กับโลหะ ซึ่งการเลือก ขึ้นอยู่กับแบบของเฟอร์นิเจอร์ ถ้าต้องการให้มั่นคงแข็งแรงใช้ได้นานก็เลือกชนิดที่เป็นโลหะ หรือจะเลือกไม้เป็นวัสดุเพื่อที่จะให้แลดูสง่างามและสดใส ส่วนเบาะ หรือที่นั่ง, พนักพิง อาจทำจากฟองน้ำ, นุ่น, ขนสัตว์, หุ้มด้วยผ้าใบ, ผ้าฝ้าย พลาสติก หนังเทียม หนังแท้ ฯลฯ

ส่วนการเลือกสีควรเลือกอย่างระมัดระวัง ถ้าไม่แน่ใจเลือกสีขาวและดำเพราะเป็นสีเรียบ ๆ และเป็นที่นิยมใช้กันมาก

ศิลปอื่นๆ ที่ใช้ในสวน (Outdoor Art)


ภายในห้องโดยทั่วไปจะมีภาพเขียนประดับฝาผนัง หรือมีรูปปั้นเล็ก ๆ วางอยู่บนตู้โชว์ หรือชุดรับแขก สิ่งเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงรสนิยม และลักษณะพิเศษของเจ้าของบ้านที่แตกต่างจากผู้อื่น ส่วนก็เหมือนกับห้องทั่วไปที่ต้องการประดับตกแต่งจากงานทางด้านศิลป เช่น การเขียนภาพบนผนังบ้าน หรือมีรูปปั้นตามจุดที่สำคัญ จะเห็นได้ว่าสวนสาธารณะจะมีผลงานทางด้านนี้มาก เพื่อให้ประชาชน ทั่วไปได้ชื่นชมศิลปนั้น ๆ

แต่ปัญหาหนึ่งที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องงบประมาณ เพราะรูปปั้นนั้นมักจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ดังนั้น ควรวิเคราะห์ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ตรงจุดใดในสวน หรือการเลือกรูปแบบของรูปปั้น ถ้ามีงบประมาณไม่พอก็ควรเลือกรูปปั้นที่ทำขายกันทั่วไป โดยให้เข้ากับแบบในสวนมากกว่าที่จะสั่งปั้นใหม่ เพื่อให้มีรูปแบบเฉพาะอย่างเดียว

บ่อน้ำ, น้ำตก, น้ำพุ (Pool and Foun­tain)


น้ำเป็นสิ่งที่ช่วยตกแต่งสวนให้มีชีวิตชีวาขึ้นในหลายรูปแบบ ซึ่งประกอบกับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นได้อย่างเหมาะสมและสวยงาม เช่น รูปปั้นประกอบบ่อน้ำ, น้ำพุ และส่วนใหญ่แล้วเจ้าของบ้านจะสนใจและชื่นชอบสิ่งเหล่านี้มาก และจะช่วยให้บรรยากาศการจัดสวนร่มรื่นและสวยงามขึ้น

สถานที่ทางสาธารณะทั่วไปก็นิยมให้มีน้ำพุ, รูปปั้น เช่น ตามสวนสาธารณะ สถานที่ราชการ ศูนย์การค้า หรือตามแยกถนนสายต่าง ๆ, รูปปั้น, บ่อน้ำ และน้ำพุ ที่มีอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในเมืองเก่าก็กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางศิลป และโบราณคดีไป โดยมีนักท่องเที่ยวไปชมกันมาก เช่น ที่ประเทศอิตาลี, ฝรั่งเศส ฯลฯ

รูปปั้น, น้ำพุสำเร็จรูปก็มีขายตามท้องตลาดทั่วไป และมีหลายราคา ระบบการใช้ก็ง่ายมีเพียงปั้มน้ำตัวเดียวก็สามารถทำให้เกิดบรรยากาศที่สดชื่นมีชีวตชีวาด้วยละอองน้ำ และเสียงน้ำพุได้ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยแก้ความน่าเบื่อ และซ้ำซากภายในสวน โดยเจ้าของบ้านอาจจะให้มีบ่อเล็ก ๆ ไว้ริมระเบียง ทำเป็นน้ำพุ หรืออาจจะเลี้ยงปลา และไม้น้ำบางอย่างอีกด้วย

แสงไฟภายในสวน (lighting)

การติดตั้งไฟในสวนนั้นมีจุดหมายเพื่อ

1. เพิ่มเวลาพักผ่อนภายในบ้านให้มาก

2. เพื่อให้ความปลอดภัยและอบอุ่นใจในการใช้สวนในเวลากลางคืน

3. เพื่อให้เกิดผลเป็นพิเศษ เช่น ให้แสงสี, แสงเงาของต้นไม้และบ้าน

การติดตั้งไฟในสวนโดยทั่วไปแล้วมักจะใช้ไฟจากหลังคาโรงรถ หรือชายคาบ้าน จึงมีแสงสว่างที่สว่างจ้าเกินไปจากหลอดฟูออเรสเซนส์ ทำให้สวนขาดความสวยงามไปมาก จึงควรติดตั้งไฟตามจุดต่าง ๆ ภายในสวน และเลือกชนิดของไฟตามความเหมาะสม ซึ่งมี 5 ชนิด คือ

ไฟตามทางเดิน (Walk lights) เพื่อความสวยงาม และความปลอดภัย และควรติดตั้งตามจุดต่าง ๆ เพื่อที่จะเตือนผู้ที่กำลังเดินทราบว่า ทิศทางของการเดินเริ่มจะเปลี่ยนแปลงแล้ว หรือเปลี่ยนระดับจากสูงมาเป็นระดับต่ำ เป็นต้น

ไฟที่ทำให้เกิดรูปทรง (Silhouett lighting) เพื่อให้มองเห็นรูปทรงต้นไม้นั้น ๆ โดยให้ไฟอยู่หลังต้นไม้

ไฟที่ทำให้เกิดแสงเงา (Shadow lighting)โดยการติดตั้งไฟฟ้าทางด้านหน้าของต้นไม้ เพื่อให้เกิดเงาของต้นไม้บนกำแพง หรือผนังที่อยู่เบื้องหลังของต้นไม้

ไฟที่ทำให้เกิดเงาด้านล่าง (Down lighting) เพื่อให้เห็นเงาของกิ่งก้านและใบบนพื้น โดยการติดตั้งไฟไว้สูงบนต้นไม้ และส่องไฟลงข้างล่าง

ไฟที่ทำให้เกิดเงาด้านบน (Up lighting) เพื่อให้เกิดแสงสว่างตามจุดที่ต้องการบนต้นไม้ติดตั้งไฟไว้ต่ำ และส่องไฟขึ้นบนต้นไม้ หรือกิ่งไม้ที่สวยงาม

มีสิ่งที่ควรระวังสำหรับนักออกแบบคือพยายามอย่าให้ตำแหน่งของแสงไฟส่องตาผู้ที่เดินไปมาในสวน และพยายามให้ระดับแสงสว่างจากภายในบ้านเท่ากับแสงสว่างภายนอกบ้าน ถ้าแสงไฟในสวนมืดเกินไป ประตู หน้าต่างที่เป็นกระจกจะสะท้อนภาพของสิ่งของภายในห้อง ทำให้เหมือนกระจกเงา ทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ภายในบ้านรู้สึกไม่สบายและไม่ไดัมีโอกาสมองเห็นสภาพของสวนได้

นับเป็นการยากที่จะเลือกวัสดุตกแต่งสวน หรือจำนวนที่ต้องใช้ไห้กลมกลืนกับสิ่งอื่นเพราะถ้ามากชนิดเกินไปก็จะทำให้สวนดูรกและขัดตา และวัสดุตกแต่งสวนก็มีมากมายหลายชนิดจนทำให้นักออกแบบตัดสินใจได้ยาก ดังนั้นจึงมีข้อเตือนใจสำหรับผู้ใช้วัสดุตกแต่งสวน 3 ข้อ คือ

1. มั่นใจว่าของสิ่งนั้นทำให้สวนสวยงามขึ้น และทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในสวนสมบูรณ์ขึ้น ไม่ใช้เป็นเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของผนัง, เพดาน หรือพื้นเท่านั้น

2. สิ่งที่ตกแต่งสวนต้องเป็นสิ่งที่สะดุดตาของผู้ที่เข้ามาในสวนอย่างมาก หรือเลือกให้เป็นจุดสนใจที่เด่นที่สุดในสวนเช่น น้ำพุ, รูปปั้น เป็นต้น

3. ถ้ามีข้อสงสัยหรือเกิดความไม่มั่นใจในวัสดุตกแต่งนั้น ว่าจะทำให้สวนสวยขึ้นหรือไม่ ลองเอาสิ่งของนั้น ๆ ออกจากสวน แล้วพิจารณาดูรอบ ๆ อีกครั้งหนึ่ง ถ้ามีความรู้สึกว่าสวนยังสมบูรณ์อยู่ โดยรู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดขาดหายไป แสดงว่าวัสดุตกแต่งนั้นไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในสวน แต่ถ้ามีความรู้สึกว่าจุดนั้นมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งหายไปหรือรู้สึกว่าการออกแบบดูไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ก็ควรจะวางวัสดุตกแต่งนั้นไว้ที่เดิม



Comments are closed.

This entry was posted on July 6, 2012 and is filed under วิธีการจัดสวน. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.