การตัดแยกขยายพันธุ์กล้วยไม้

กล้วยไม้สีสวย

สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย นอกจากจะมีการกินอาหาร เจริญเติบโตและมีกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่แล้ว ยังจะต้องมีการสืบพันธุ์ต่อไป อันนับได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าชีวิตใดขาดการสืบพันธุ์ชีวิตนั้นจะดำรงอยู่ได้เพียงชั่วอายุขัยเท่านั้น แล้วจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงการขยายพันธุ์กล้วยไม้ ก็ควรจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เราศึกษาเรื่องนี้เพียงเพื่อส่งเสริมการขยายพันธุ์ของกล้วยไม้ให้รวดเร็วขึ้นกว่าปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้น มิใช่ในฐานะผู้วิเศษชุบชีวิตให้เกิดได้

รูปการขยายพันธุ์กล้วยไม้ประเภทแตกกอ

ผู้เริ่มเล่นกล้วยไม้อาจขยายพันธุ์กล้วยไม้ของตนเองได้หลายวิธีคือ

1. การตัดแยกลำหลัง กล้วยไม้ประเภทแตกกอนี้ปลูกเลี้ยงไว้นาน ๆ จะมีกอใหญ่ขึ้น คือ มีลำลูกกล้วยมากขึ้น ถ้าไม่มีการคัดแยกแล้ว ส่วนมากมักจะทรุดโทรม และออกดอกน้อยกว่าที่ควร การตัดแยกลำหลังนี้ นอกจากจะเป็นการขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้กล้วยไม้เป็นสาวเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวยขึ้น เติบโตเร็วขึ้นและขยันออกดอกยิ่งขึ้นอีกด้วย กล้วยไม้ที่จะตัดแยกลำหลังนั้นควรมีอย่างน้อย 4 ลำ วิธีตัดใช้มีดหรือกรรไกรตัดกิ่งไม้ชนิดใบบาง สอดเข้าไประหว่างลำลูกกล้วย แล้วตัดต้น ( ไรโซม ) ให้ขาด เอาใบมีดทาปูน (ปูนกันกับหมาก ) สอดเข้าไปทาแผลให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้ ต่อมาลำหลังที่ถูกตัดขาด จะแตกหน่อเป็นลำใหม่ขึ้นมา เมื่อลำใหม่นี้เริ่มมีรากโผล่ออกมายาวไม่เกินครึ่งเซ็นติเมตรก็ยกออกมาปลูกได้ การยกออกปลูกให้ยกลำหลังที่แตกหน่อนั้นติดออกมาด้วย รากของลำใหม่ต้องทนุถนอมอย่าให้ บอบช้ำ ส่วนรากของลำเก่าตัดออกให้เหลือเพียงส่วนน้อย และเหลือไว้ยาวเพียง 1-2 เซ็นติเมตรก็พอ รากลำหลังนี้เราไม่หวังประโยชน์ ในการดูดน้ำดูดอาหารอีกต่อไปแล้ว ที่เหลือเอาไว้เพียงเพื่อให้ปลูกง่ายขึ้น เวลาปลูก รากส่วนนี้เท่านั้นที่ฝังลงไปในเครื่องปลูก

มีข้อต้องพิจารณาเพิ่มเติมในการคัดแยกลำหลังนี้คือ ก่อนตัดต้องตรวจดูคาที่โคนลำซึ่งพักตัวอยู่ 1 ตานั้นเสียก่อน ถ้าตานี้แห้งตายไปแล้ว การตัดแยกย่อมไร้ผล เพราะไม่มีตาที่จะแตกเป็นลำใหม่ ฉะนั้นถ้าลำหลังสุดไม่มีตาเหลืออยู่ก็ให้ตัดที่ลำตัดเข้าไป คือ ให้ถือหลักว่าลำหลังที่อยู่ชิดกับรอยตัดนั้นจะต้องมีตาที่สมบูรณ์เหลืออยู่ อนึ่งการตัดแยกหวายอาจคัดเป็นลำเดียวเดี่ยว ๆ ได้ และในกอเดียวกันอาจตัดออกเป็นลำเดี่ยว ๆ หลายลำก็ได้ สมมติว่าในกอหนึ่งมี 6 ลำ อาจตัดออกเป็นลำเดี่ยว ๆ ได้ 3-4 ลำ เมื่อตัดแล้วขอให้เหลือลำหน้าติดกันอยู่อย่างน้อย 2 ลำเป็นใช้ได้ ส่วนคัทลียานั้นไม่แนะนำให้ตัดเป็นลำเดี่ยว ๆ เพราะอาหารในลำลูกกล้วยที่จะส่งไปเลี้ยงลำเกิดใหม่ไม่ค่อยเพียงพอ ลำใหม่ที่ได้จะเล็กไม่สมบูรณ์ การตัดแยกคัทลียาควรตัดให้ติดกันเป็นคู่ ๆ ถ้ามี 6 ลำ ก็ตัดได้เป็น 3 คู่ คู่หลังกับคู่กลางเมื่อแตกลำใหม่และลำใหม่นี้เริ่มออกรากก็ยกออกไปปลูกได้ 2 กระถาง ส่วนคู่หน้าให้ทิ้งเอาไว้ในกระถางเดิม แต่ถ้าคู่หน้ามีต้นรากล้นออกไปนอกกระถางแล้ว ก็ควรยกออกปลูกในกระถางใหม่

ฤดูตัดแยกที่เหมาะสม คือ ต้นฤดูร้อนประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถึงมีนาคม อาจยืดหยุ่นมาตัดให้ช้ากว่านั้นได้ แต่ไม่ควรช้ากว่ากลางฤดูฝน คือประมาณเดือนสิงหาคม ยิ่งตัดช้าลำใหม่ที่ได้จะยิ่งขาดความสมบูรณ์ ถ้ายิ่งไปตัดปลายฤดูฝน ลำใหม่ที่แตกขึ้นมายังเจริญเติบโตและสะสมอาหารได้ไม่เต็มที่ก็เข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งอากาศแห้งแล้งมากเสียแล้ว ลำพวกนี้มักแคระแกรน และใบมักร่วงหล่นก่อนเวลาอันสมควร

2. การตัดชำ ใช้กับกล้วยไม้สกุลหวาย ที่ตาที่โคนลำแห้งตายไปแล้ว เมื่อนำมาปักชำ ตาที่อยู่ตามข้อของลำลูกกล้วย จะแตกออกมาเป็นลำใหม่ได้ ส่วนคัทลียานั้น ถ้าตาที่โคนลำเสียไป ลำนั้นนำมาขยายพันธุ์โดยการให้แตกหน่อใหม่อีกไม่ได้ เพราะตาที่ลำลูกกล้วยไม่ยอมแตกเป็นลำใหม่ จริงอยู่เคยมีผู้ปักชำได้สำเร็จ แต่โอกาสที่จะสำเร็จ นั้นมีน้อยมากจน ไม่น่าจะต้องกล่าวถึง สำหรับลำหวายที่จะนำมาปักชำนั้น จะเป็นลำหลังที่ใบร่วงหมดแล้ว ถ้ายังมีใบติดอยู่ควรปลิดออก ให้หมด

ภาชนะปักชำใช้กะบะใส่ทรายหยาบ หรืออัดกาบมะพร้าวในแนวตั้งก็ได้ สำหรับกะบะใส่ทราย ถ้าไม่สะดวกในการจัดหาจะใช้กระถางปลูกต้นไม้ขนาดปากกว้าง 10-12 นิ้วฟุตก็ได้ เอาเศษกระถางแตกปิดก้นกระถางกันทรายไหล แล้วใส่ทรายให้หนาประมาณ 1 ฝ่ามือเป็นอย่างน้อย หรือจะใส่ให้เกือบเต็มกระถางก็ได้ ถ้าหวายที่ลำยาวจะใส่ทรายแต่น้อยก็ได้ ถ้าลำสั้นต้องใส่ทรายมาก ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ลำหวายโผล่พ้นปากกระถางมารับแสงแดดได้ อย่างน้อยครึ่งลำ เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม เอาลำหลังของหวายที่ตัดใบตัดรากออกหมดแล้ว ปักชำให้โคนลำฝังลงไปในทรายประมาณ 1-2 เซ็นติเมตร ชำให้ห่างกันประมาณ 4-5 เซ็นติเมตร ถ้าหวายลำยาวปักชำเอาไว้โดยไม่มีอะไรยึดคงไม่อยู่ ฉะนั้นอาจต้องใช้พิงกับคานไม้ หรือขึงลวดให้พิง หรือผูกกับหลักก็แล้วแต่สะดวก

ถ้าชำในกะบะกาบมะพร้าว ขอแนะนำให้ซื้อกะบะที่อัดสำเร็จมาแล้ว หากคิดจะทำเองก็ซื้อเขามาดูตัวอย่างสักใบหนึ่ง กะบะนี้จะมีไม้ตีกั้นเป็นช่อง ๆ แล้วอัดกาบมะพร้าวในแนวตั้งจนแน่นทุกช่อง ก่อนใช้ให้นำไปแช่น้ำจนอิ่มน้ำ แล้วใช้แปรงลวดแข็ง ๆ แปรงผิวหน้าให้ปุยกาบมะพร้าวหลุดเหลือแต่เส้นใยใหญ่ ๆ การทำดังนี้จะช่วยให้กาบมะพร้าวดูดซับน้ำได้เร็ว และผิวหน้าจะแห้งเร็วตะไคร่เจริญได้ยาก เมื่อแปรงผิวหน้า เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ลิ่มไม้กลมกดและหมุนกาบมะพร้าวเป็นรู เอาโคนลำหวายวางลงไปตรงนั้น หาไม้ไผ่เล็ก ๆ หรือลวดเส้นโตปักเป็นหลักผูกลำติดไว้กันล้ม หลักกันล้มนี้อาจใช้ลวดตัดปักเป็นราวแล้วเอาลำหวายพิง ใช้ลวดพีวส์ผูกติดราวก็ได้ ส่วนระยะถี่ห่างใช้ขนาดเดียวกันดังที่กล่าวมาแล้ว

เมื่อปักชำเสร็จแล้วนำไปไว้ในที่ได้แสงแดคค่อนข้างจัด เช่นเอาไว้ในเรือนกล้วยไม้ด้านตะวันตกหรือตะวันออก ให้โดนแดดเต็มที่เกือบครึ่งวัน รดน้ำให้โชกวันละ 2-3 ครั้ง

หลังจากปักชำไม่นานจะพบว่า ตาตามข้อที่อยู่ใกล้ปลายลำจะแตกเป็นลำใหม่ขึ้นมา หน่อที่แตกจากลำลูกกล้วยนี้เรียกว่า ตะเกียง เมื่อลำตะเกียงเริ่มเกิดรากก็ตัดไปปลูกได้ โดยตัดชิดโคนลำตะเกียงให้ชิ้นส่วนของลำเดิมติดไปด้วย ตอของลำเดิมในกะบะชำทิ้งเอาไว้รดน้ำต่อไป ถ้ายังมีอาหารเหลืออยู่ก็จะแตกตะเกียงให้ใหม่ได้อีกหลายครั้ง อนึ่ง หวายในกระถางปลูกอาจพบว่าแตกตะเกียงได้เอง เราก็ตัดแยกออกมาปลูกได้เช่น เดียวกัน

การปักชำนี้บางครั้งพบว่าโคนลำเน่าหรือแห้ง ให้ตัดส่วนนั้นออกทิ้ง เอาปูนทาแล้วเอาส่วนดีชำลงไปใหม่ ระวังอย่าเผลอเอาปลายลงดินโคนชี้ฟ้าก็แลวกัน

การตัดชำควรทำตั้งแต่กลางถึงปลายฤดูร้อน

3. การตัดแยกลำหน้า ใช้ได้กับกล้วยไม้ประเภทแตกกอทุกชนิค โดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดแยกลำหน้า 2 ลำติดกัน ยกออกปลูกได้เลยซึ่งต่างจากการตัดแยก ลำหลังที่ต้องปล่อยทิ้งไว้ให้แตกหน่อใหม่จึงจะยกออกปลูกได่ ระยะที่เหมาะที่สุดในการตัดแยกลำหน้าคือ เมื่อลำหน้าสุดเริ่มมีราก และรากยาวไม่เกิน 1 ซม. ในการปลูกให้ประคับประคองอย่าให้รากอ่อน ๆ ของลำหน้าสุดบอบชํ้าได้ ส่วนรากลำหลังถัดไปนั้นตัดทิ้งให้หมด เหลือไว้สั้น ๆ เพียงเพื่อให้ปลูกง่ายขึ้นเท่านั้น



Comments are closed.

This entry was posted on October 8, 2012 and is filed under การปลูกกล้วยไม้. Written by: . You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.